ติดต่อสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง

Paulinho กับเทพนิยายของเขา เส้นทางค้าแข้ง บราซิล อังกฤษ จีน สู่ บาร์เซโลน่า

Paulinho กับเทพนิยายของเขา

หากจะมีนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลคนหนึ่งให้พูดถึงในปีนี้ ใครคนนั้นจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก paulinho   ทำไมเราต้องพูดถึงเขา คำตอบคือ…การเดินทางในอาชีพของเขาในสองสามปีนี้นั้นงดงามราวเทพนิยาย ใครเลยจะไปรู้ได้ว่าใครคนหนึ่งที่มาจากบราซิล มาค้าแข้งที่พรีเมียร์ลีกได้เพียงสองปี จากนั้นก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ แบบหน้าตาเฉย

ใครหลายคนคิดว่า เส้นทางที่เขาเลือกนั้นมันบอกเป็นนัยๆ ได้ว่า เขาได้ผ่านจุดสูงสุดของอาชีพเขาไปเรียบร้อยแล้ว… มีคนบอก การตัดสินใจในครั้งนั้น คือการฆ่าตัวตายบนโลกของฟุตบอลอย่างเป็นทางการเพราะคนมองว่า การย้ายไปที่ไชน่าลีกนั้น..ไม่มีอนาคต

paulinho at Chinese Super League
cr. image : skysports.com

2 ปีหลังจากนั้นแน่นอนว่า เขาอยู่ในวินาทีที่มีความสุข เพราะใครต่างก็รู้ว่าลีกในจีนนั้นเรื่องเงินนั้นถึงลูกถึงคนมาก พวกเขาต้องการเพื่อดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีทั่วโลกให้มาทำการตลาดในลีกของแผ่นดินตนเอง..นี่คือการลงทุนชนิดหนึ่ง และนั่นเองที่ทำให้เงินหยวนมันหอมยั่วยวนใจใครหลายคน หลายสโมสรยอมจ่ายมันเพื่อแลกกับชื่อของนักเตะดังๆ เพื่อให้เข้ามาเล่นในทีมของเมืองตัวเอง มันกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของบรรดาเศรษฐีที่นั่น…และตัวเลขบนเช็คนั้นมีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้แม้แต่นักเตะหนุ่มๆ หลายคนยอมที่จะเอาอนาคตของตนมาฝากไว้ ต่างจากเมื่อก่อนที่จะดึงแต่นักเตะแก่ๆ ที่ใกล้รีไทร์เพียงเท่านั้น

วลีหนึ่งที่ใครหลายคนจำได้ไม่มีลืม นั่นคือคำของ “ออสการ์” นักเตะทีมชาติบราซิลอีกคนที่เคยพูดเอาไว้หลังจากตัดสินใจย้ายจากเซลซี เพื่อไปค้าแข้งในลีกแดนมังกรแบบช็อคคนทั้งโลก

“ผมเติบโตมาท่ามกลางความยากจน มันทำให้ผมรู้ว่ามันลำบากแค่ไหน ผมไม่สนใจหรอกหากคนจะมาถามหาสาเหตุของการย้ายทีมครั้งนี้ในทางของฟุตบอล ผมเพียงแค่คิดว่า ผมเคยจน และจะไม่กลับไปจนอีก” – ออสการ์

17 ประตูใน 63 นัดคือผลงานที่เขาฝากไว้ให้กับสโมสรแห่งใหม่ในเอเชีย … บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เขาเล่นคุ้มค่ากับเงินที่ได้มาหรือไม่ และฟอร์มที่ยอดเยี่ยมนี่เอง ที่อาจไปเตะตาใครสักคนจนเกิดเรื่องที่แปลกประหลาดขึ้นในวงการฟุตบอล จะมีสักกี่ครั้งที่ทีมอย่าง บาร์เซโลน่า จะสนใจนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ใน ไชน่า ลีก

“เมสซี่ เดินเข้ามาหาผม ตอนนั้นเป็นเกมอุ่นเครื่องระหว่าง บราซิล กับ อาร์เจนติน่า ในช่วงเดือนมิถุนายน (2017) ซึ่งเป็นจังหวะที่เราได้ฟรีคิก และผมยืนอยู่ที่บอลพร้อมกับ วิลเลี่ยน รวมถึงผู้เล่นรายอื่นๆ แต่ผมไม่ได้เป็นคนเล่น ผมเป็นแค่ตัวหลอก

ทันใดนั้น เมสซี่ ก็ตรงเข้ามา จ้องมองที่ตาผม และถามว่า “เราจะได้เล่นร่วมกันที่ บาร์เซโลน่า หรือไม่?”

มันไม่มีคำอธิบายอะไรเลย ไม่มี จากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินจากไป

ผมไม่มีแม้แต่เวลาจะคิด ผมเลยแค่พูดไปว่า “ถ้านายต้องการแบบนั้น ฉันจะไป !”

ผมสูญเสียสมาธิจากเกมไปพักใหญ่ ระหว่างที่ วิลเลี่ยน กำลังเล่นลูกฟรีคิก ผมก็เอาแต่คิดถึงเรื่องนั่น เขาไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น? โอ้ พระเจ้า มันจะเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?” – เขา เล่าถึงวินาทีที่เขาไม่คิดฝัน บาร์เซโลน่า ต้องการเขาไปเล่นฟุตบอลให้น่ะเหรอ และใครเป็นคนคุยกับเขา..นั่นก็คือ ลีโอเนล เมสซี่

Paulinho กับเทพนิยายของเขา
cr.image : mirror.co.uk

เขาคิดว่านั่นคือลูกเล่นของ เมสซี่ เสียด้วยซ้ำ มันอาจเป็นลูกไม้ที่เมสซี่อยากทำให้เขาสับสน บาร์เซโลน่า จะดึงตัวเขาไปร่วมทีมฟุตบอลเนี่ยนะ…เขาตั้งคำถามที่เขามีต่อตัวเอง และใครหลายคนซึ่งหากมาเป็นตัวเขา ก็คงคิดเช่นนั้น นักเตะของ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ในศึก ไชนีส ซูเปอร์ ลีก และคงไม่มีใครเชื่อว่ากำลังได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า – มันยากที่จะเป็นแบบนั้น เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย

หลังจบแมตช์ paulinho ฝากเสื้อของตัวเองกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อนำไปให้ เมสซี่ และเจ้าหน้าที่ก็กลับมาพร้อมยูนิฟอร์มหมายเลข 10 สีฟ้า-ขาว มามอบให้เขา นั่นทำให้เขาคิดไม่ตกอีกครั้ง

เขา กับ บาร์เซโลน่า-มันคือเทพนิยายในโลกของฟุตบอลดีๆ นี่เอง

เมื่อสิ้นสุดการทัวร์ที่ ออสเตรเลีย เขากลับไปที่ จีน และไม่ได้ยินข่าวลือการซื้อขายใดๆ ตลอดทั้งเดือน จนเขาเกือบจะลืมเรื่องเหล่านั้นไปแล้ว ทว่าพอเข้าสู่เดือนกรกฎาคม ก็เริ่มมีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า บาร์เซโลน่า ให้ความสนใจในตัวเขาอีกครั้ง มันเริ่มเป็นจริงเป็นจังและเขามีสิทธิ์ที่จะคิดถึงมันมากขึ้น กระแสของข่าวมันทำให้เขาคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย

เขา หลีกเลี่ยงความสับสนไม่ได้ในตอนนั้น แม้ว่าเขาจะมีความสุขดีที่ลีกจีนก็ตาม ครอบครัวของเขามีความสุข – นั่นทำให้เขามีความสุข เขาพยายามปลอบใจตัวเองว่า ทุกวันนี้ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมแทบจะเชื่อถืออะไรไม่ได้เลย สิ่งที่ดีที่สุดของเขาจึงควรโฟกัสไปที่งานของตนที่ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ เพียงเท่านั้น

มีคนบอก เมื่อเราหยุด บางอย่างก็อาจวิ่งเข้ามาหาเอง-เรื่องราวของ เขา และ บาร์เซโลน่า ก็อาจหมายถึงแบบนั้น

เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ช่วงที่ตลาดนักเตะใกล้จะปิดตัวลง วินาทีเดียวกันกับที่เขาลืมอะไรที่คงค้างในใจเขามาหลายเดือนจนหมดสิ้น วันที่เขาเตรียมตัวจะฉลองแชมป์ลีกในอพาร์ตเมนต์ร่วมกับเพื่อนๆ ที่เดินทางมาจาก บราซิล วันนั้นเองที่เขาได้รับโทรศัพท์จากเอเย่นต์คู่ใจของเขา

“ดีลเสร็จสมบูรณ์แล้ว นายต้องไป บาร์เซโลน่า เพื่อเซ็นสัญญา”

“จริงหรอ ? บาร์เซโลน่า ยอมจ่ายหรอ ? นายไม่ได้โกหกใช่ไหม ?” – เขาย้อนคำเหมือนคนบ้า เขาไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดมาตลอดหลายเดือนนั้นจะเป็นเรื่องจริง

“ไม่ ไม่ ไม่ มันเป็นเรื่องจริง นายต้องไปที่นั่นพรุ่งนี้”

“ผมไปไม่ได้ ผมมีเพื่อนๆ มาจาก บราซิล และจะต้องไปเซ็นสัญญาตอนเช้าเนี่ยนะ?”

“นั่นมัน บาร์เซโลน่า นะ นายก็พาพวกเขาไปด้วย และรีบเตรียมตัวขึ้นเครื่องได้แล้ว”

paulinho ตัดสินใจเก็บกระเป๋าไปที่สนามบิน เขาบอก ระหว่างทางเขามองออกไปนอกหน้าต่างรถ และจินตนาการภาพตัวเองกับ… ลิโอเนล เมสซี่

ใช่-สำหรับเขามันคือเทพนิยาย และมันก็สมควรอยู่หากเขาจะคิดแบบนั้น

จะมีนักเตะสักกี่คนในโลกที่ค้าแข้งอยู่ในลีกจีน จากนั้นส่งตัวแทนคือ ลีโอเนล เมสซี่ มาจีบในระหว่างการแข่งขัน เพื่อทำการสู่ขอให้ไปร่วมเล่นฟุตบอลกันที่ บาร์เซโลน่า – การย้ายทีมเกิดขึ้นจริงหลังจากนั้น เขาย้ายไปสู่ บาร์เซโลน่่า ทีมที่คนบนโลกฟุตบอลเรียกว่าทีม “ยานแม่” – นี่น่าจะเป็นเทพนิยายที่สวยหรูสำหรับนักเตะคนหนึ่งที่พึงจะมีได้ เพียงแต่เรื่องราวไม่ได้จบลงแบบนั้น

1 ปีให้หลัง-หลังจบศึกฟุตบอลโลก และการเล่นให้กับบาร์เซโลน่าไปเพียงหนึ่งฤดูกาล การย้ายทีมเกิดขึ้นอีกครั้ง เขา ถูกส่งตัวจาก บาร์เซโลน่า กลับ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ – แน่นอนมันเป็นอีกครั้ง คนในวงการฟุตบอลล้วนงงเป็นไก่ตาแตกกับดีลอันแสนประหลาดนี้

กระนั้นก็ไม่มีเสียงบ่นใดๆ ออกจากปากของ paulinho ในตอนจบที่แสนหักมุมในครั้งนี้ ซึ่งบางทีค่าเหนื่อยที่สื่อระบุออกมาว่ามันเป็นตัวเลขระดับสองแสนปอนด์ขึ้นไป อาจจะเพียงพอที่จะเป็นค่าปลอบใจสำหรับตอนจบของ paulinho กับเทพนิยายของเขาในโลกฟุตบอลที่ออกมาไม่สวยนัก