ติดต่อสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง

สูตรตู้ม้า เผยเคล็ดลับการคิด มองทะลุช็อตไปอีกหนึ่งสเตปสู่ชัยชนะและกำไร

สูตรตู้ม้า

หลังจากเกริ่นรายละเอียดเกี่ยวกับ ตู้ม้า ไปแล้วในคราวก่อน วันนี้เราจะมาลงลึกรายละเอียดถึงมุมมองและกระบวนการวิธีการเล่นกันครับ
หากมองผิวเผิน เกมนี้อาจจะเป็นการเก็งว่าม้าตัวไหนที่จะเข้าเส้นชัย เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงมีปัจจัยของความแข็งแกร่งของม้าแต่ละตัว
แต่หากมองในมุมของเชิงโปรแกรม เราคงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้แน่นอน ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนจุดสนใจแทนซึ่งไปสนใจในเรื่องของข้อมูลหรือดาต้า อารมณ์คล้ายๆ หนังเดอะเมทริกซ์ที่พระเอกมองเห็นฉากต่างๆ เป็นข้อมูลตัวเลขเลยครับ ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

สูตรตู้ม้า

เราจะเห็นได้ว่า ตารางการเดิมพันของเกมม้าแข่งนั้น จะให้เราเลือกเดิมพันม้าแบบเป็นคู่ ฟังดูแล้วยากมาก เพราะต้องเกร็งม้าตั้ง 2 ตัวที่จะเข้าเส้นชัย
แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการคิดใหม่เป็นดังนี้คือ ให้โฟกัสที่ผลตอบแทนๆ ซึ่งเราจะสังเกตว่าผลตอบแทนมีดังนี้
3 , 4 , 5 , 8 , 10 , 20 , 30 , 60 , 100 , 125 , 175 , 200 , 500 , 1,000

โดยผลตอบแทนนี้จะเปลี่ยนในทุกๆ ครั้งที่ให้วางเดิมพัน ฉะนั้นสิ่งที่เราทำการเก็งจริงๆ จึงเป็นกำไรจากผลตอบแทนนั้นๆ
ซึ่งหากคิดจากหลักความเป็นไปได้โดยทั่วไปแล้วหล่ะก็ ผลตอบแทนที่ต่ำจะออกบ่อยกว่าผลตอบแทนที่สูง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ดังนั้นหลักการที่จะใช้ก็คือหลักการกระจายการเดิมพัน

ขั้นตอนการกระจายการเดิมพัน
1. กำหนดจำนวนเหรียญการเดิมพัน
เบื้องต้นจะต้องกำหนดก่อนว่าแต่ละรอบเราต้องการเดิมพันที่ยอดเท่าไหร่ เช่น 1,000 คะแนน ซึ่งเกมจะให้เราเดิมพันเหรียญละ 100 คะแนน ดังนั้นก็จะวางเหรียญได้ทั้งหมด 10 เหรียญนั่นเอง

2. เลือกชุดตัวเลข
การเลือกชุดตัวเลขนั้นจะไม่ได้มีหลักการที่ตายตัว แต่เราขอแนะนำว่าให้เลือกผลตอบแทนต่ำจำนวนมากกว่าผลตอบแทนสูง เพราะถือว่าออกบ่อย
อย่างกรณีนี้เราอาจเลือกเลขมาสัก 5 ตัวคือ 3 , 4 , 5 , 8 , 10

สูตรตู้ม้า

3. ทำการวางเหรียญแล้วประเมินผลได้ผลเสีย
จากตะกี้ที่เราเลือกเลขมาทั้งหมด 5 ค่า ซึ่งจะใช้เหรียญไปแล้วอย่างน้อยคือ 5 เหรียญ นั่นหมายความว่าเราจะเหลือเหรียญให้วางได้อีก 5 เหรียญ เราจะเอาเหรียญนี้ไปลดทอนการขาดทุน หรือวางเดิมพันเผื่อก็ได้แล้วแต่คนไป ตัวอย่างเช่น
3 – 1 เหรียญ , +2 เหรียญ = 3 เหรียญ
4 – 1 เหรียญ , +1 เหรียญ = 2 เหรียญ
5 – 1 เหรียญ , +1 เหรียญ = 2 เหรียญ
8 – 1 เหรียญ , +1 เหรียญ = 2 เหรียญ
10 – 1 เหรียญ

รวมได้ 10 เหรียญ

4. คำนวณผลกำไรขาดทุนจากเซตตัวเลข
เราจะทำการประเมินผลกำไรขาดทุนจากสมการ กำไร = ผลตอบแทน – เงินเดิมพัน ซึ่งจะได้ดังนี้
3 = (3 x 3 x 100) – 1,000 = 900 – 1,000 = -100 บาท
4 = (4 x 2 x 100) – 1,000 = 800 – 1,000 = – 200 บาท
5 = (5 x 2 x 100) – 1,000 = 1,000 – 1,000 = 0 บาท
8 = (8 x 2 x 100) – 1,000 = 1,600 – 1,000 = 600 บาท
10 = (10 x 1 x 100) – 1,000 = 1,000 – 1,000 = 0 บาท

หากมองว่ามีทุนกว่านี้ อยากเพิ่มกำไรมากกว่านี้และยอมขาดทุนได้กว่านี้ ก็อาจจะเพิ่มเหรียญที่ผลตอบแทน 10 ได้เช่นกัน เพราะถือเป็นการเพิ่มโอกาสการชนะให้มากขึ้น

5. ประเมินความน่าจะเป็น และแยกทุนคนละก้อน
จากข้อก่อนจะเห็นว่าเรามีโอกาสดังนี้
เสีย 2 กรณี
เสมอ 2 กรณี
ได้ 1 กรณี
ถ้าออกผลตอบแทน 3 เท่า จะขาดทุนได้ 6 ตาถึงจะเทียบเท่ากำไรที่ได้จากการออกผลตอบแทน 8 เท่า
ถ้าออก 4 จะขาดทุนได้ 3 ตาถึงจะเทียบเท่ากำไรที่ได้จากการออกผลตอบแทน 8 เท่า

ทั้งนี้นอกจากชุดตัวเลขที่เราเลือกมา ความเป็นไปได้ที่จะออกผลตอบแทนอื่นๆ ที่เราไม่ได้เดิมพันก็ยังคงมีอยู่นั่นคือ
20 , 30 , 60 , 100 , 125 , 175 , 200 , 500 , 1,000

ให้เรามองว่าส่วนนี้คือการลงทุนแบบแยกส่วนลงทุน หรือเรียกว่าส่วนลุ้นแทงโบนัสก็ว่าได้ เพราะผลตอบแทนเหล่านี้ไม่ได้ออกบ่อยนัก
โดยเลือกเลขตัวใดตัวหนึ่งมาแทง ซึ่งให้มองว่ายอดเหรียญที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นคนละส่วนกับการขาดทุนมากขึ้น
เช่นหากเราเลือกแทงผลตอบแทน 20 ไปเรื่อยๆ เท่ากับว่าถ้าใน 20 ตาออกผลลัพธ์หนึ่งครั้งก็เท่ากับว่าได้ทุนคืนจาก 20 ตาที่เสียไปนั่นเอง

ทั้งนี้อย่าลืมว่า เกมตู้ม้านั้นจะมีบางตาที่มีม้าฟรีเพิ่มอีก 1 ตัวทำให้ผลการชนะเพิ่มจาก 1 คู่กลายเป็น 3 คู่อีกด้วย จึงทำให้เรามีโอกาสชนะมากขึ้น การลุ้นรอตาเหล่านี้ก็มีผลทำให้ได้เงินเดิมพันคืนได้เช่นกัน

สำหรับบทความนี้ก็ถือว่าเป็นการแนะนำ สูตรตู้ม้า ที่เอาไว้ให้เรามองเกมการพนันคาสิโนในมุมมองของการประเมินตัวเลข มากกว่าการมานั่งเดาว่าม้าตัวไหนจะเป็นตัวถัดไป ซึ่งสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในเกมอื่นๆ ได้เช่นกันหากเข้าใจเรื่องตัวเลขครับ