ติดต่อสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง

ตารางบอลโลก 2018 ค้นหาข้อมูลรายละเอียดทุกนัดการแข่งขันได้เลยที่นี่

ตารางบอลโลก

สามารถติดตามวันเวลาถ่ายทอดสด ได้ที่ข้อมูลด้านล่างกันได้เลยครับ เราจะอัพเดทตารางแข่งขันให้ทุกสัปดาห์

สมาชิกที่สนใจ แทงบอลออนไลน์ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ sbobet

ตารางการแข่งขัน บอลโลก 2018

 

ผลการแข่งขัน บอลโลก 2018
ตารางบอลโลก 15/07/61 รอบชิงชนะเลิศ
สรุปผลการแข่ง ฝรั่งเศส vs โครเอเชีย
ครึ่งแรก เป็นฝรั่งเศสที่สามารถทำคะแนนขึ้นนำได้ก่อน จากลูกโหม่งสกัดเข้าประตูไปเองของฝั่งโครเอเชีย
แต่ 10 นาทีให้หลังทางโครเอเชียก็สามารถทำคะแนนตีเสมอได้ ก่อนจบครึ่งแรก ฝรั่งเศสนำไปได้อีกครั้งกลายเป็นคะแนน 2-1

ครึ่งหลัง โครเอเชียโดนฝรั่งเศสซัดไปถึง 2 ลูก ฝรั่งเศสทำคะแนนนำไปถึง 4-1 แต่โครเอเชียก็สามารถทำคะแนนตามได้อีกลูก แต่ก็ยังเหลืออีก 2 ลูกในเวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น  จนหมดเวลา กลายเป็นฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกไปได้ในที่สุดที่คะแนน 4-2

15/07/61
22.00 น.
ฝรั่งเศส   โครเอเชีย
4 – 2

ตารางบอลโลก 14/07/61
สรุปผลการแข่ง เบลเยียม vs อังกฤษ (ชิงอันดับที่ 3)
เป็นเบลเยียมที่ทำคะแนนนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 ของเกมซึ่งถือว่าเร็วมาก  หลังจากนั้นอังกฤษก็ไม่สามารถทำคะแนนตีเสมอได้เลยจนกระทั่งจบครึ่งแรก  เกมดำเนินไปเรื่อยๆไม่มีประตูเพิ่มจนกระทั่งนาทีที่ 82 กลายเป็นเบลเยี่ยมที่ทำคะแนนนำอีกครั้งกลายเป็นคะแนน 2-0  จนหมดเวลาในที่สุด ผลสรุปจึงเป็นเบลเยียมที่คว้าอันดับที่ 3 ไปได้สำเร็จ

15/07/61
21.00 น.
เบลเยียม  อังกฤษ
2 – 0

ตารางบอลโลก 12/07/61
สรุปผลการแข่ง อังกฤษ vs โครเอเชีย

ครึ่งแรก อังกฤษสามารถทำคะแนนนำได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นจากลูกยิงฟรีคิกหน้ากรอบลูกโทษ ยิงข้ามกำแพงเข้าประตูไปนิ่มๆ
แต่ในเกมครึ่งหลัง โครเอเชียก็สามารถตีตื้นทำคะแนนเสมอได้อย่างสำเร็จในนาทีที่ 68 จากลูกโยนแล้วโขก

หมดเวลาครึ่งหลัง เสมอกันที่ 1-1 จึงต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลา
กลายเป็นโครเอเชียที่สามารถทำคะแนนขึ้นนำไปได้ก่อนในนาทีที่ 109 ทำให้อังกฤษรู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
ถึงแม้อังกฤษจะพยายามทำคะแนนตีเสมอให้สำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถทำได้จนกลายเป็นที่โครเอเชียได้สิทธิ์เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศแทนด้วยคะแนนชนะ 2-1

12/07/61
01.00 น.
อังกฤษ   โครเอเชีย
1 – 2

ตารางบอลโลก 11/07/61
สรุปผลการแข่ง ฝรั่งเศส vs เบลเยียม
ทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครสามารถทำประตูกันได้ในเกมครึ่งแรก จึงเสมอกันที่ 0-0
แต่แล้วก็เป็นฝรั่งเศสที่สามารถทำประตูขึ้นนำได้ก่อนที่นาทีที่ 51 โดยกรีซมันน์ เตะลูกจากมุมสนามแล้ว ซามูแอล อูมตีตี โดดโขกเข้าประตูไปเต็มๆ หลังจากนั้นเกมดุเดือดขึ้น แจกใบเหลืองกันเต็มสนามทั้งสองฝ่าย แต่สุดท้ายเบลเยียมก็ไม่สามารถทำคะแนนตีเสมอได้ทัน
จบเกมกลายเป็นฝรั่งเศสเข้ารอบชิงชนะเลิศไปด้วยคะแนน 1-0

11/07/61
01.00 น.
ฝรั่งเศส   เบลเยียม
1 – 0

 ตารางบอลโลก 07/07/61
สรุปผลการแข่ง สวีเดน vs อังกฤษ

07/07/61
21.00 น.
สวีเดน   อังกฤษ
0 – 2


สรุปผลการแข่ง บราซิล vs เบลเยียม

เป็น เบลเยียมที่นำไปถึง 2-0 โดยลูกที่สองของเบลเยียมนั้นถือว่าเตะได้แรงและคมมากๆ ส่วนเกมครึ่งหลังนั้น บราซิลพยายามไล่ตาม จนทำประตูได้สำเร็จจากลูกส่งแล้วโขกเข้าประตูไป ในช่วง 20 ท้ายเกม บราซิลมีกำลังที่จะทำประตูตีเสมอ แต่ก็น่าเสียดายที่พลาดจากลูกยิงหลายๆครั้งแบบต่อเนื่องทั้งที่เป็นฝ่ายบุกค่อนข้างมาก ทำให้จบเกม เบลเยียมเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบรองสุดท้ายด้วยคะแนน 2-1

07/07/61
01.00 น.
บราซิล   เบลเยียม
1 – 2

ตารางบอลโลก 06/07/61
สรุปผลการแข่ง อุรุกวัย vs ฝรั่งเศส

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 5 คริสเตียน สตูอานี่ อุรุกวัย ได้จังหวะลุยขึ้นทางด้านขวา แล้วกึ่งยิงกึ่งผ่าน แค้บอลผ่านหน้าประตูฝรั่งเศสออกนอกสนามไป
นาทีที่ 14 อุรุกวัยได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แต่ผู้รักษาประตู อูโก้ โยริส สกัดออกได้
นาทีที่ 15 คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ฝรั่งเศสได้โขกลูกในระยะ 4 หลา แต่บอลโดนไม่ตรงเท่าไหร่ บอลเลยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 35 เว้นช่วงลุ้นอยู่นาน อุรุกวัย ได้ลุ้นจากลูกยิงในกรอบเขตโทษโดย มาติอัส เวซิโน่ แต่บอลเบาไป เข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 40 ฝรั่งเศสขึ้นนำไปก่อน 1-0 อองตวน กรีซมันน์ เปิดลูกฟรีคิกให้ ราฟาแอล วาราน โขกเข้าประตูไป
นาทีที่ 44 อุรุกวัยเกือบได้ลูกตีเสมอ เมื่อ มาร์ติน การ์เซเรส มีโอกาสได้โขก แต่บอลติดเซฟผู้รักษาประตู

จบครึ่งแรก ฝรั่งเศส นำ 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 53 เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ฝรั่งเศส ได้ยิงจากบริเวณแถวสอง แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 61 ฝรั่งเศส นำไปอีก 2-0 โดยลูกยิงไกลของ อองตวน กรีซมันน์ จากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งใส่ผู้รักษาประตู มุสเลร่า แต่รับไว้ไม่อยู่เข้าประตูไป

แม้อุรุกวัยพยายามจะบุกเข้าใส่แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ จนจบเกมไป ฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยคะแนน 2-0

06/07/61
21.00 น.
อุรุวัย   ฝรั่งเศส
0 – 2

ตารางบอลโลก 04/07/61
สรุปผลการแข่ง โคลอมเบีย vs อังกฤษ

ระหว่างการแข่งขันใน 90 นาทีนั้น ทั้งสองทีมสามารถทำคะแนนเสมอกัน จนเป็นเหตุให้ต้องต่อเวลาพิเศษ เมื่อครบ 120 นาทีไม่มีทำประตูเพิ่มได้ จึงต้องดวลกันที่จุดโทษ
สรุปกลายเป็นอังกฤษที่ยิงจุดโทษได้แม่นกว่า ชนะไป 5-4 พาทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

04/07/61
01.00 น.
โคลอมเบีย   อังกฤษ
1 – 1

ตารางบอลโลก 03/07/61
สรุปผลการแข่ง สวีเดน vs สวิตเซอร์แลนด์

เกมครึ่งแรก

ทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างจะระมัดระวัง จึงไม่ค่อยได้บุกกันเท่าไหร่
นาทีที่ 28 มาร์คุส เบิร์ก สวีเดน มีโอกาสตวัดลูกยิงเต็มๆ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลโดน ยานน์ ซอมเมอร์ พุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด
นอกจากนั้นไม่มีลูกที่ได้ยิงกันอย่างชัดเจนเท่าไหร่ ทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง

ทั้งสองฝ่ายเริ่มบุกใส่กันหนักขึ้น
นาทีที่ 66 เป็นฝ่าย สวีเดน สามารถทำคะแนนขึ้นนำก่อน 1-0 โดย เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ได้ซัดจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลเรียดพื้นพุ่งแฉลบ มานูเอล อาคานจี เปลี่ยนทิศไปเข้าประตู แม้แต่ผู้รักษาประตก็หมดสิทธิ์ป้องกันลูกไว้ได้
จบเกม สวีเดนจึงกลายเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในที่สุด

03/07/61
21.00 น.
สวีเดน   สวิตเซอร์แลนด์
1 – 0

สรุปผลการแข่ง เบลเยียม vs ญี่ปุ่น
เกมครึ่งแรก
ไม่มีทีมไหนสามารถทำคะแนนกันได้ จึงเสมอกันไปที่ 0-0

เกมครึ่งหลัง
เป็นญี่ปุ่นที่สามารถทำคะแนนขึ้นนำไปได้ต่อเนื่อง 2-0 แต่แล้วเบลเยียมก็ตีเสมอมาได้เป็น 2-2 สร้างความกดดันให้กับทางญี่ปุ่นที่นำไปก่อน สุดท้ายกลายเป็นเบลเยียมที่ทำประตูนำไปได้ 3-2 ในช่วงทดเวลา แล้วเป่าหมดเวลาไปในอีก 30 วินาที สร้างความผิดหวังให้กับกองเชียร์ญี่ปุ่นที่ขึ้นนำไปก่อนถึง 2 ลูก

03/07/61
01.00 น.
เบลเยียม   ญี่ปุ่น
3 – 2

ตารางบอลโลก 02/07/61
สรุปผลการแข่ง บราซิล vs เม็กซิโก

เกมครึ่งแรก

ภาพเกมโดยรวม บราซิล พยายามรุกเข้าใส่ เม็กซิโก ด้วยสไตล์ที่เหนือกว่า แต่ก็ยังไม่มีโอกาสในการทำประตูได้ชัดเจน จึงจบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่ 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 บราซิลก็ทำประตูได้สำเร็จ โดย วิลเลี่ยน กระชากลูกเข้ากรอบเขตโทษ แล้วผ่านลูกไปหน้าประตู ให้ เนย์มาร์ พุ่งเข้าชาร์จกลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0
บราซิลยังคงบุกต่อไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้
นาทีที่ 88 บราซิล ทำประตูปิดเกม 2-0 เมื่อ เนย์มาร์ บุกเข้ากรอบเขตโทษ แล้วปาดบอลส่งให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงเข้าไป

จบเกม บราซิล ชนะ เม็กซิโก 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

02/07/61
21.00 น.
บราซิล   เม็กซิโก
2 – 0

สรุปผลการแข่ง โครเอเซีย vs เดนมาร์ก

นาทีที่ 1 : เดนมาร์ก เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 โดยโยนเข้ามาในกรอบเขตโทษ โดยโครเอเชียสกัดไม่อยู่ เลยเจอ มาติอัส ยอร์เกนเซ่น ยิงทำประตูไปก่อน
นาทีที่ 4 : โครเอเชีย ตีเสมอได้ทันควัน 1-1 ในจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษ ซึ่งเป็นโอกาสให้ มาริโอ มานด์ซูคิซ ตวัดยิงเข้าประตูไป
ทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ยังไม่มีใครทำประตูกันได้เพิ่ม จนต้องต่อเวลาไป 30 นาที
ช่วง ต่อเวลาพิเศษ โครเอเชีย มีโอกาสปิดเกม เมื่อได้ลูกจุดโทษเมื่อ โมดริช จ่ายบอลให้ อันเต้ เรบิซ ล็อคหลบผู้รักษาประตู แต่ มาติอัส ยอร์เกนเซ่น สไลด์เข้าจากด้านหลัง ทำให้ได้จุดโทษจากการทำฟาวล์ แล โมดริช ทำหน้าที่ยิงจุดโทษ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ป้องกันไว้ได้

หมดช่วงต่อเวลา ต้องดวลจุดโทษ กลายเป็นโครเอเชียสามารถเตะชนะไปได้ 3-2 เข้ารอบสู่ 8 ทีมสุดท้าย

02/07/61
01.00 น.
โครเอเชีย  เดนมาร์ก
1 – 1

ตารางบอลโลก 01/07/61
สรุปผลการแข่ง สเปน vs รัสเซีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 12 : สเปนออกนำรัสเซียไปก่อน 1-0 จังหวะที่ อเซนซิโอ ครอสบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ให้ เซร์คิโอ รามอส พยามยามเข้าไปชาร์จทำประตู โดย เซอร์เก อิกนาเซวิช เสียจังหวะทำเข้าประตูตัวเองไป
ระหว่างนี้ สเปนเหมือนจะผ่อนเกมลงไป รัสเซีย เลยมีโอกาสทำเกมบุกหลายๆครั้ง
นาทีที่ 41 : รัสเซียตีเสมอได้สำเร็จ โดย ปีเก้ แนวรับสเปน ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ อาร์เต็ม ซูบา เป็นคนยิงจุดโทษทำประตูให้กับทีม

เกมครึ่งหลัง

สเปน กลับมาเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเท่าไหร่ ส่วนรัสเซียพยายามตั้งรับ และสวนกลับเป็นบางครั้ง จนคะแนนเสมอกันทำให้ต่อเวลาพิเศษ
จบช่วงต่อเวลา คะแนนยังเสมอกันเลยต้องตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ จบเกมเมื่อผู้รักษาประตูรัสเซียสามารถสกัดลูกยิงได้ด้วยขาอย่างสวยงามแม้ตัวจะพุ่งไปแล้ว เลยกลายเป็น รัสเซียเอาชนะไป 4-3 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

01/07/61
21.00 น.
สเปน   รัสเซีย
1 – 1

สรุปผลการแข่ง อุรุกวัย vs โปรตุเกส

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 7 อุรุกวัยขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 โดย โฆเซ่ ฆิมิเนซ เปิดบอลผ่านแนวรับโของปรตุเกส แล้วเจอ เอดิสัน คาวานี่ ที่พุ่งโขกเต็มๆ บอลเสียบตาข่าย
หลังจากนั้น โปรตุเกสพยายามบุก แต่เกมรับของอุรุกวัยนั้นแข็งแกร่ง สามารถต้านไว้ได้ ทำให้โปรตุเกสยังทำประตูไม่ได้

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 55 โปรตุเกส ทำคะแนนเสมอได้สำเร็จ 1-1 โดบ เปเป้ เป็นคนเติมขึ้นมาแล้วได้โขก จากการเปิดของ ราฟาเอล เกร์เรโร่ เข้าประตูไป และนับเป็นการเสียประตูครั้งแรกตั้งแต่แข่งมาอีกด้วย
นาทีที่ 62 อุรุกวัย ทำคะแนนนำได้ทันควัน เป็น 2-1 จากการยิงของ คาวานี่ เช่นเดิม

จบเกม อุรุกวัยผ่านเข้ารอบ 8 ทีม รอพบกับฝรั่งเศสนัดถัดไป

01/07/61
01.00 น.
อุรุกวัย   โปรตุเกส
2 – 1

ตารางบอลโลก 30/06/61
สรุปผลการแข่ง ฝรั่งเศส vs อาร์เจนตินา

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 13 ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 โดย เอแวร์ บาเนก้า ถูกตัดบอลจากกลางสนาม ทำให้ เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลแล้วลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษอย่างรวดเร็ว
ซึ่งโดน มาร์กอส โรโฮ ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ และ อองตวน กรีซมันน์ เป็นผู้เตะจุดโทษทำประตูไป
นาทีที่ 41 อาร์เจนตินาสามารถตีเสมอคืนได้ 1-1 เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย เก็บบอลได้แถวหน้ากรอบเขตโทษ แล้วซัดลูกไกลเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 48 อาร์เจนตินา เป็นฝ่ายพลิกคะแนนนำ 2-1 โดย เมสซี่ เตะซัดเข้ามา ซึ่งผู้รักษาประตูจับบอลเอาไว้ไม่อยู่ ทำให้บอลหลุดจากมือเข้าประตูไป
นาทีที่ 57 ฝรั่งเศส สามารถทำคะแนนเสมอได้ โดย เบนฌาแม็ง ปาวาร์ เติมขึ้นมายิงในช่วงที่บอลทะลักออกมา เสียบเสาเข้าหน้าต่างในไปทันควัน
นาทีที่ 64 กองรับอาร์เจนตินา พลาด เคลียบอลในกรอบไม่พ้น ทำให้โดน คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เก็บบอลแล้วยิงเข้าประตูไป ทำให้ ฝรั่งเศส แซงนำ 3-2
นาทีที่ 69 ฝรั่งเสศทำคะแนนต่อเนื่องกลายเป็น 4-2 เมื่อ เอ็มบั๊ปเป้ ยังคงร้อนแรง เมื่อวิ่งฉิวฉีกแนวรับอาร์เจนตินา แล้วแปลูกสวนทางกับผู้รักษาประตู ฟรังโก้ อาร์มานี่ เข้าไปอย่างง่ายดาย
นาทีที่ 90+3 อาร์เจนตินา ทำได้สำเร็จได้ประตูตามในช่วงทดเวลา ตามมาเป็น 4-3 จากการโยนลูกส่งให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ โขกเข้าประตูไป ช่วงก่อนหมดเวลา เป็นอาร์เจนได้บุกลุ้นลูกสุดท้าย แต่พลาดไปอย่างน่าเสียดายกับลูกเตะสุดท้ายที่ไม่เข้ากรอบ
จบเกม ฝรั่งเศส ชนะ อาร์เจนตินา 4-3 เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

30/06/61
21.00 น.
ฝรั่งเศส   อาร์เจนตินา
4 – 3

ตารางบอลโลก 29/06/61
สรุปผลการแข่ง อังกฤษ vs เบลเยียม

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 6 ยูริ ตีเลม็องส์ เบลเยียมได้ส่องบอลระยะไกล บอลลอยย้อยเกือบเข้าประตู แต่ผู้รักษาประตูอังกฤษ เซฟไว้ได้
นาทีที่ 10 เบลเยี่ยม ลุ้เกือบขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ เฟลไลนี่ โขกบอลเข้ามา โดยกองหลังอังกฤษ สกัดบอลเกือบจะเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 14 เจมี่ วาร์ดี้ อังกฤษมีโอกาสได้โขกลูกแต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 27 มารูยาน เฟลไลนี่ เบลเยียม เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษ จากลูกเตะมุม แล้วซัดลูกไปติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด อีกครั้ง
นาทีที่ 34 รูเบน ลอฟตัส-ชีค อังกฤษได้โขกบอลในกรอบเขตโทษ แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ
หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 มาร์คัส แรชฟอร์ด อังกฤษ ได้เตะปั่นโค้งแต่บอลไม่ตรงกรอบ
นาทีที่ 51 เบลเยี่ยม นำ อังกฤษ 1-0 เมื่อ อั๊ดนาน ยานาไซ มีโอกาสปั่นบอลโค้งผ่านมือผู้รักษาประตูเสียบเสาไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 66 มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวดวลกับ ตีโบ กูร์ตัว ผู้รักษาประตู ตัวต่อตัว แต่ยิงไปโดนเซฟออกหลังไป
นาทีที่ 81 มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสได้ยิงฟรีคิก แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 83 : แดนนี เวลเบก อังกฤษได้ยิงด้วย แต่เจอ เฟลไลนี่ แหย่ขาสกัดออกหลังไปได้ทันควัน
นาทีที่ 89 : ดรีส์ เมอร์เท่นส์ เบลเยียม ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังติดเซฟผู้รักษาประตูอีกครั้ง
จบเกม เบลเยี่ยม ชนะ อังกฤษ 1-0 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบญี่ปุ่น ส่วนอังกฤษ เข้ารอบเป็นอันดับที่ 2 ไปพบกับ โคลอมเบีย ในเกมนัดถัดไป

29/06/61
01.00 น.
อังกฤษ   เบลเยียม
0 – 1

สรุปผลการแข่ง ปานามา vs ตูนิเซีย

29/06/61
01.00 น.
ปานามา   ตูนิเซีย
1 – 2

ตารางบอลโลก 28/06/61
สรุปผลการแข่ง เซเนกัล vs โคลอมเบีย

ที่สนาม ซามาร่า อารีน่า เซเนกัล ลงสนามพบกับโคลอมเบีย ในฟุตบอลโลก รอบแรกนัดสุดท้ายของกลุ่ม เอช โดยใน

นัดนี้ เซเนกัล ต้องการแค่เสมอ ก็จะเพียงพอต่อการเข้ารอบ เพราะก่อนแข่งพวกเขา มี 4 คะแนน
ส่วนโคลอมเบีย ต้องชนะให้ได้เนื่องจากมีคะแนนสะสมอยู่ 3 คะแนน จาก 2 นัดแรก

เกมครึ่งแรก

เริ่มต้น โคลอมเบีย พยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่ก่อน เนื่องจากต้องการผลชนะ เกือบได้ลุ้นทำประตูในนาทีที่ 12 แต่โชคร้ายที่ต้องเสีย ฮาเมส โรดิเกซ ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกจากสนามไปก่อนตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกของเกม จึงต้องส่ง หลุยส์ มูเรียล ลงมาแทน
เกมครึ่งแรกยังไม่มีใครทำอะไรได้ จึงได้แค่เสมอไป 0-0

เกมครึ่งหลัง
โคลอมเบียยังคงบุกใส่เหมือนเดิม
นาทีที่ 74 โคลอมเบียก็ทำประตูได้เป็นสำเร็จ นำ 1-0 จากจังหวะเตะมุม แล้ว เยร์รี่ มีน่า กองกลาง ที่กระโดดขึ้นโขกกดลงพื้นเข้าประตูไป
จบเกม โคลอมเบียจึงเอาชนะ เซเนกัล ไป 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ส่วนเซเนกัล มี 4 คะแนน เท่ากับญี่ปุ่นอีกสนาม แต่กลับต้องตกรอบไปด้วยกฏ fair play ที่ดันมีใบเหลือง-แดง มากกว่าญี่ปุ่น

28/06/61
21.00 น.
เซเนกัล   โคลอมเบีย
0 – 1

สรุปผลการแข่ง ญี่ปุ่น vs โปแลนด์

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 13 ชินจิ โอกาซากิ ได้ยิงเต็มๆจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่โดนผู้รักษาประตูโปแลนด์เซฟไว้ได้
นาทีที่ 16 โกโตคุ ซากาอิ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลยังเบาเกินไป
นาทีที่ 32 โปแลนด์ เกือบได้นำ เมื่อ โกซิสกี้ ได้โขกเต็มๆ แต่โดน เอย์จิ คาวาชิมะ พุ่งไปควักออกมาจากเส้นได้ทันการ
นาทีที่ 35 อูซามิ ได้ทะลุขึ้นมายิงทางขวาสนาม บอลติดเซฟ ฟาเบียนสกี้ โปแลนด์
นาทีที่ 40 โอกาซากิ มีโอกาสขึ้นโขก แต่โดนบอลไม่เต็ม เลยไม่ค่อยได้ลุ้น
จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ จึงเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 โอซามิ ได้ลุยขึ้นมายิง แต่ติดบล็อคแนวรับโปแลนด์
นาทีที่ 59 โปแลนด์ นำไปก่อน 1-0 จากการทำประตูของ ยาน เบดนาเร็ค ที่กระโดดแป จากลูกฟรีคิกเข้าประตูไป
นาทีที่ 72 ญี่ปุ่นเกือบจะตีเสมอได้ จากลูกเตะมุม แต่ มายะ โยชิดะ โขกโดนบอลไม่ดี
นาทีที่ 74 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสได้ทะลุขึ้นมายิง แต่กลับยิงโดนใต้ลูก เลยข้ามคานออกไปแทน
นาทีที่ 81 โปแลนด์เกือบจะได้ประตู เพราะหลังแนวรับญี่ปุ่น สกัดบอลได้ไม่ดี แต่เจอ คาวาชิมะ ปัดออกไปได้อยู่
เนื่องจากญี่ปุ่นทราบคะแนนอีกสนาม จึงไม่ต้องทำคะแนนเพิ่ม ส่งบอลไปมาจนจบเกม โดย โปแลนด์ชนะ 1-0 แต่ได้คะแนนรวมแค่ 3 คะแนนนเพราะชนะเป็นครั้งแรก ในขณะที่ญี่ปุ่นได้เท่ากับเซเนกัลอีกสนามที่ 4 คะแนน ทำให้ญี่ปุ่นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เนื่องจากกฏ fair play โดยได้รับใบเหลือง-แดง น้อยกว่า เซเนกัลนั่นเอง

28/06/61
21.00 น.
ญี่ปุ่น   โปแลนด์
0 – 1

สรุปผลการแข่ง สวิตเซอร์แลนด์ vs คอสตาริก้า

เกมนี้สวิตเซอร์แลนด์ต้องชนะให้ได้เพื่อการเข้ารอบ 16 ทีม ถ้าเสมอ ต้องลุ้นให้ บราซิล ไม่แพ้เซอร์เบีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 31 สวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นนำ 1-0 ไปก่อนจากการยิงของ เบลริม เซไมลี่

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 56 คอสตาริก้า สามารถตามตีเสมอได้ 1-1 จากการโขกลูกเตะมุมโดย เคนเดิลล์ วัตสัน
นาทีที่ 88 สวิตเซอร์แลนด์ นำอีกครั้ง 2-1 เมื่อ โจซิป เดอร์มิช วิ่งเข้ามาแปลูกเเบบเน้นๆ
นาทีที่ 90+3 : คอสต้าริก้า ได้จุดโทษจาก ไบรอัน ลุยซ์ ยิงบอลไปชนคาน แล้วกระดอนออกมาชนหลังของ ยานน์ ซอมเมอร์ ผู้รักษาเข้าประตูตัวเองไป กลายเป็นลูกเสมอ 2-2
จบเกม ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 สวิตเซอร์แลนด์ สามารถเข้ารอบ 16 ทีมได้สำเร็จ เนื่องจากบราซิลชนะเซอร์เบีย

28/06/61
01.00 น.
สวิตเซอร์แลนด์   คอสตาริก้า
2 – 2

สรุปผลการแข่ง เซอร์เบีย vs บราซิล

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 4 : กาเบรียล เชซุส ได้หลุดเข้ามายิงในเขตโทษ บอลติดเซฟผู้รักษาประตูเซอร์เบีย
นาทีที่ 9 : มาร์เเซโล่ บราซิลมีอาการบาดเจ็บ จึงต้องเปลี่ยน เฟลิปเป้ หลุยส์ ลงมาเล่นแทน
นาทีที่ 25 : เนย์มาร์ ได้โอกาสยิงบริเวณกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่บอลติดเซฟ ผู้รักษาประตูเซอร์เบีย
นาทีที่ 29 : กาเบรียล เชซุส บราซิลได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลยังติดบล็อคแนวรับเซอร์เบีย ออกหลังไป
นาทีที่ 34 : อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช เซอร์เบียมีโอกาสได้จักรยานอากาศยิง ในกรอบเขตโทษ แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 36 : บราซิลออกนำไปก่อน 1-0 ในจังหวะที่ แนวรับคู่แข่งเผลอ โดยคูตินโญ่ โยนบอลเข้ามาให้ เปาลินโญ่ เอาบอลลง แล้วยิงผ่าน ผู้รักษาประตูเซอร์เบียเข้าประตูไป
นาทีที่ 45+2 : เนย์มาร์ ได้โอกาสยิงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่บอลลอยข้ามคานไปเช่นเคย
จบครึ่งแรก บราซิล 1-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 : เนย์มาร์ ได้ควบขึ้นมายิงมุมแคบในจังหวะสวนกลับ แต่บอลติดเซฟผู้รักษาประตูเซอร์เบีย
นาทีที่ 61 : เซอร์เบีย เกือบตีเสมอได้ เมื่อ มิโตรวิช ได้โขกจากลูกที่ ผู้รักษาประตูปัดบอลออกมาไม่ดี แต่ ติอาโก้ ซิลวา ยืนขวางสกัดเอาไว้ได้
นาทีที่ 63 : มิลินโควิช-ซาวิช เซอร์เบีย โชคดีได้ลูกส้มหล่น จึงยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษ แต่บอลดันไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 65 : มิโตรวิช เซอร์เบียได้กระโดดขึ้นโขกแบบเต็มๆ แต่ผู้รักษาประตูบราซิลก็ยังรับเอาไว้ได้
นาทีที่ 68 : บราซิลมาได้ประตูเพิ่มเป็น 2-0 จากลูกเตะมุม โดย ติอาโก้ ซิลวา ขึ้นโขกเข้าประตูไป
นาทีที่ 71 : เฟลิปเป้ หลุยส์ บราซิล ได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่เจอผู้รักษาประตูโดดปัดไว้ได้
นาทีที่ 87 : เซอร์เบีย บุกใส่หวังทำประตูให้ได้ มิโตรวิช เลยมีโอกาสได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังติดบล็อค
จบเกม บราซิล ชนะ เซอร์เบีย 2-0 เข้ารอบ 16 ทีมไป

27/06/61
21.00 น.
เซอร์เบียร์   บราซิล
0 – 2

ตารางบอลโลก 27/06/61
สรุปผลการแข่ง เม็กซิโก vs สวีเดน

สรุปเบื้องต้นคือ สวีเดน มี 3 คะแนน ส่วนเม็กซิโก มี 6 คะแนน
ถ้าสวีเดนชนะ และลุ้นให้ เยอรมัน แพ้ได้สำเร็จ จะทำให้สวีเดนนั้นได้เข้ารอบ

เกมครึ่งแรก

เกมในช่วงครึ่งเวลาแรก สวีเดน เป็นฝ่ายบุกเข้าใส่อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นลูกโขกของ อันเดรียส กรานควิสต์ ช่วงต้นเกม
การยิงของ มาร์คุส เบิร์ก ช่วงกลางครึ่งแรก แต่ก็ยังไม่ได้แม้คะแนนเดียว
จบครึ่งแรกทั้งสองเสมอกันอยู่ที่ 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 สวีเดนนำ 1-0 ด้วยการเติมขึ้นมายิงของ ลุดวิก ออกุสตินส์สัน
นาทีที 60 สวีเดนได้คะแนนไปอีกครั้งกลายเป็น 2-0 เมื่อได้จุดโทษกจาการทำฟาวล์ของ เฮคตอร์ โมเรโน่ โดยทำฟาวล์ใส่ มาร์คุส เบิร์ก ในเขตโทษ และได้ อันเดรียส กรานควิสต์ สังหารเข้าไปไม่มีพลาด
นาทีที่ 74 สวีเดนได้ประตู 3-0 จากการทุ่มไกลเข้ามา และเอ็ดสัน อัลวาเรซ สกัดบอลผิดพลาดเข้าประตูตัวเอง
จบเกม สวีเดนเอาชนะเม็กซิโกไป 3-0 ในขณะอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เยอรมัน แพ้เกาหลีใต้ กลายเป็น สวีเดนได้เข้ารอบกับเม็กซิโกกันไปทั้งคู่

27/06/61
21.00 น.
เม็กซิโก   สวีเดน
0 – 3

สรุปผลการแข่ง เกาหลีใต้ vs เยอรมนี

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 18 เกาหลีใต้ได้ลุ้นทำประตูก่อน โดยเกาหลีใต้ได้ลูกฟรีคิก จุง วู ยอง วิ่งมายิงแต่บอลส่าย ทำให้ผู้รักษาประตูเยอรมนี รับไม่อยู่ เกือบโดนซัดซ้ำ แต่กองหลังเยอรมนีเข้ามาเตะออกไปได้
นาทีที่ 25 ซน ฮึง-มิน มีโอกาสยิงในกรอบเขตโทษจากจังหวะที่ลูกทะลัก แต่เตะไม่ดี ลูกลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 33 มาร์โค รอยส์ เยอรมนีได้ลุยเข้ามายิง บอลติดแนวรับเกาหลีใต้ และมีการล้ำหน้าเกิดขึ้น
นาทีที่ 39 ติโม แวร์เนอร์ เยอรมนีได้ลุยเข้ามายิง บอลติดบล็อคกองหลังเกาหลีใต้ออกด้านหลัง
นาทีที่ 40 มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เยอรมนีมีโอกาสได้ยิงจากลูกเตะมุมและจังหวะชุลมุน แต่ก็ยังติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 45+2 โอซิล ได้ง้างยิง แต่บอลไปติดแนวรับเกาหลีใต้ ออกไปอีก
จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 จุง วู ยอง เกาหลีใต้ได้ลองยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 48 เลออน กอเรสก้า ได้โขกโล่งๆ แต่ผู้รักษาประตูเกาหลีใต้ปัดออกได้
นาทีที่ 51 โอซิล เยอรมนีเปิดบอลเข้ามาให้ แวร์เนอร์ แต่ยิงแล้วบอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 61 โทนี่ โครส เยอรมนีได้วิ่งมายิง แต่ลูกติดทีมเดียวกันออกไป
นาทีที่ 63 ซน ฮึง-มิน เกาหลีใต้ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 64 เเวร์เนอร์ รอเก็บบอลจากลูกเตะมุม แล้วยิงแต่บอลหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 68 คิมมิช เปิดให้ โกเมซ ได้โขกบอลแต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตูเกาหลีใต้
นาทีที่ 70 โทนี่ โครส เยอรมนีได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 78 ซน ฮึง-มิน เกาหลีใต้ได้โอกาสลากเข้าไปยิงแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไป
นาทีที่ 83 รอยส์ เยอรมนีได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งโค้งออกหลังไป
นาทีที่ 87 โอซิล เยอรมนี เปิดลูกเข้ามาในกรอบเขตโทษ ให้ ฮุมเมิ่ลส์ ได้โขกเต็มๆ แต่ดันหลุดกรอบ
นาทีที่ 88 โทนี่ โครส เยอรมนีได้ยิงเต็มข้อ หน้ากรอบเขตโทษ บอลเข้าซองผู้รักษาประตูเกาหลีใต้
นาทีที่ 90 อี แจ-ซอง เกาหลีใต้ ได้หลุดขึ้นมาแล้วยิงแต่บอลติดแนวรับเยอรมันออกหลัง
นาทีที่ 90+3 เกาหลีใต้ทำประตูได้อย่างไม่น่าเชื่อในช่วงทดเวลา นำ 1-0 จากการยิงจ่อๆ ของ คิม ยอง-กวอน หลังจากการดู var ย้อนหลัง
นาทีที่ 90+6 เกาหลีใต้ทำประตูอีกครั้งนำไป 2-0 อย่างทันที จากที่เยอรมัน ยกเกมรุกขึ้นไปทั้งแผง รวมถึงผู้รักษาประตู เลยเจอเกาหลีใต้ตัดบอลได้จากกลางสนาม โยนยาวมา ให้ ซน ฮึง-มิน ที่สปีดตามบอลมาเตะเข้าประตูไปแบบโล่งๆ
จบเกม เกาหลีใต้ ชนะ 2-0 ส่งผลให้กอดคอเยอรมนีแชมป์เก่าตกรอบไปทั้งคู่ด้วยกัน

27/06/61
21.00 น.
เกาหลีใต้   เยอรมนี
2 – 0


สรุปผลการแข่ง ไนจีเรีย vs อาร์เจนติน่า

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 8 ตาเกลียฟิโก้ อาร์เจนติน่าได้เติมขึ้นมายิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 9 อาเหม็ด มูซ่า มีโอกาสตัดเข้ามายิงแต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 14 อาร์เจนตินาทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0 เมื่อเมสซี่ ได้รับบอลจากการโยนลูกของ บาเนก้า แล้วหลุดเข้าไปซัดทำประตู
นาทีที่ 27 เมสซี่ แทงลูกทะลุช่องให้ อิกวาอิน หลุดเข้าไปพยายามชิพบอลข้ามผู้รักษา แต่เจอออกมาปิดมุมได้ทันพอดี
นาทีที่ 34 เมสซี่ ได้ปั่นฟรีคิก แต่บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง
จบเกมครึ่งแรก อาร์เจนติน่านำไปก่อน 1-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 ไนจีเรียตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ซึ่งได้จุดโทษเมื่อ มาสเคราโน่ อาร์เจนติน่าไปดึงผู้เล่นไนจีเรียล้ม เลยโดน วิคเตอร์ โมเสส ยิงจุดโทษเข้าไป
นาทีที่ 71 เอ็นดิดี้ ไนจีเรีย วิ่งเข้ามาซัดบอลระยะไกล แต่บอลพุ่งข้ามคานออกไป
นาทีที่ 76 ออดิออน อิกาโล่ ไนจีเรียได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลดันไม่เข้ากรอบอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 80 กอนซาโล่ อิกวาอิน อาร์เจนติน่าได้ลุ้นยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 83 อิกาโล่ ไนจีเรียได้ทะลุขึ้นมายิง แต่บอลติดเซฟผู้รักษาประตูอาร์เจนตินา ที่ขวางไว้ได้
นาทีที่ 86 อาร์เจนตินา ทำประตูนำได้สำเร็จช่วงท้ายเกมเป็น 2-0 โดย มาร์กอส โรโฮ เติมขึ้นมายิง ในกรอบเขตโทษเข้าไป
จบเกมครึ่งหลัง อาร์เจนติน่าเข้ารอบ 16 ทีมได้สำเร็จ ชนะไนจีเรียไป 2-0

27/06/61
01.00 น.
ไนจีเรีย   อาร์เจนติน่า
1 – 2

สรุปผลการแข่ง ไอซ์แลนด์ vs โครเอเชีย

เกมนี้ ไอซ์แลนด์จัดทีมชุดใหญ่ลงสนาม นำโดย กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน หวังเข้ารอบให้ได้

เกมครึ่งแรก
ช่วงครึ่งแรก ดูเหมือนว่าทางฝั่ง ไอซ์แลนด์ จะเล่นได้ดีกว่า พับสนามบุกเข้าใส่โครเอเชียไม่ยั้ง แต่ก็ยังไม่เฉียดขาดพอ จึงยังทำประตูไม่ได้
จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันที่สกอร์ 0-0

เกมครึ่งหลัง
เกมครึ่งหลัง โครเอเซีย นำไปก่อน 1-0 จากการยิงไกลของ มิลาน บาเดลจ์ กองกลาง
นาทีที่ 76 ไอซ์แลนด์ สามารถตีเสมอได้ จากการได้จุดโทษ โดย กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน เป็นคนรับหน้าที่
นาทีที่ 90 กลายเป็นโครเอเซียทำคะแนนนำได้ 2-1 จากลูกยิงของ อิวาน เปริซิซ
จบเกม โครเอเชีย ชนะ 3 นัดรวด กลายเป็นแชมป์กลุ่ม D เข้ารอบ 16 ทีมได้สำเร็จ

27/06/61
01.00 น.
ไอซ์แลนด์   โครเอเชีย
1 – 2

ตารางบอลโลก 26/06/61
สรุปผลการแข่ง ออสเตรเลีย vs เปรู

ในส่วนของ ออสเตรเลีย ยังมีลุ้นอยู่เล็กๆ ส่วนเปรู ตกรอบแล้วแน่นอน

เกมครึ่งแรก
เปรู เล่นได้ค่อนข้างดีกว่า และ อันเดร การ์รีโย่ สามารถทำประตูให้กับทางเปรูได้สำเร็จในนาทีที่ 18 และครองเกมได้ดีในครึ่งเวลาแรก ส่งผลให้สามารถรักษาคะแนนนำ 1-0 เอาไว้ได้

เกมครึ่งหลัง
ออสเตรเลีย พยายามเล่นเกมรุกสู้กับ เปรู เต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถยิง ทำประตูได้ แถมยังโดน เปาโล เกร์รีโร่ ยิงขึ้นนำไปอีกในนาทีที่ 52

จบดำเนินไปจนจบสรุปกลายเป็น เปรู ชนะ ออสเตรเลียไป 2-0 กลายเป็นอันดับที่ 3 ของกลุ่ม กอดคอออสเตรเลียตกรอบไปด้วยกัน

26/06/61
21.00 น.
ออสเตรเลีย   เปรู
0 – 2

สรุปผลการแข่ง เดนมาร์ก vs ฝรั่งเศส

ครึ่งเวลาแรก

นาทีที่ 15 ชิรูด์ ฝรั่งเศสได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลย้อยเกือบเข้าประตู แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตุเดนมาร์กปัดออกไปโดยเฉียดฉิว
นาทีที่ 29 คริสเตียน เอริคเซ่น เดนมาร์กมีโอกาสยิงจากการผ่านบอลของเพื่อนทางฝั่งซ้าย แต่บอลติดเซฟผู้รักษาประตูฝรั่งเศส
นาทีที่ 33 อุสมาน เดมเบเล่ ฝรั่งเศสได้ยิงทางขวาในกรอบเขตโทษ แต่บอลตกพื้นออกด้านหลังไป
นาทีที่ 39 อองตวน กรีซมันน์ ฝรั่งเศส ได้ลองปั่นลูกหน้ากรอบเขตโทษ แจาบอลเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 45 อุสมาน เดมเบเล่ ฝรั่งได้ซัดอีกครั้งหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไปไกลโข
จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 51 อองตวน กรีซมันน์ ฝรั่งเซสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเข้ามือ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูอีกครั้้ง
นาทีที่ 54 เอริคเซ่น เดนมาร์กได้ยิงลูกฟรีคิกระยะไกล บอลตกพื้นเข้ามือ สตีฟ ม็องด็องด้า
นาทีที่ 59 เอริคเซ่น ได้ซัดหน้ากรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 70 นาบิล เฟคีร์ ฝรั่งเศสมีโอกาสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเข้าหน้าต่าง
นาทีที่ 81 นาบิล เฟคีร์ มีโอกาสได้ยิงดูอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
หมดเวลาครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 เข้ารอบทั้งคู่โดย ฝรั่งเศส เป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม

26/06/61
21.00 น.
เดนมาร์ก   ฝรั่งเศส
0 – 0

สรุปผลการแข่ง สเปน vs โมร็อกโก

สำหรับนัดนี้ โมร็อกโก ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้ว แต่สเปน ควรจะชนะเพราะหากเสมอหรือแพ้ จะต้องไปลุ้นผลอีกคู่ด้วย

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 4 นาที โมร็อกโก ขึ้นนำสเปนไปก่อน 1-0 โดย คาห์ลิด บูตาอิบ ตัดบอลจากกลางสนามแล้วลากขึ้นมายิงเข้าประตูไป
นาทีที่ 19 สเปนตีเสมอได้เมื่อ อิเนียสต้า ลุยขึ้นมาทางซ้ายของสนามแล้วส่งให้อิสโก้ยิงเข้าประตูไป
จบครึ่งแรก จึงเสมอกันที่ 1-1

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 81 โมร็อกโก ขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกเตะมุม แล้ว ยุสเซฟ เอ็นเนซีรี่ โขกบอลเข้าไปแบบเน้นๆ
นาทีที่ 90+3 สเปนได้ ยาโก้ อาสปาส ลงมาทำประตูด้วยการไขว้ลูกเข้าประตูไป ตีเสมอได้สำเร็จ

จบเกม สเปน เสมอ โมร็อกโก 2-2 เข้ารอบ 16 ทีม ส่วนโมร็อกโก ตกรอบ

26/06/61
1.00 น.
สเปน   โมร็อกโก
2 – 2

 

 

ตารางบอลโลก 25/06/61
สรุปผลการแข่ง อิหร่าน vs โปรตุเกส

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 3 โปรตุเกส เกือบได้ขึ้นนำก่อน โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีโอกาสได้ยิงในกรอบเขตโทษแต่ บอลติดเซฟ อาลีเรซ่า เบรานวานด์ ผู้รักษาประตู
นาทีที่ 7 วาฮิด อามิรี่ อิหร่านมีโอกาสได้เติมขึ้นมายิง แต่บอลปลิ้นหลุดออกกรอบไป
นาทีที่ 9 ชูเอา มาริโอ โปรตุเกสได้จังหวะจับลูกส้มหล่นหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยิงข้ามคาน
นาทีที่ 16 โรนัลโด้ ได้ลูกยิงฟรีคิก แต่บอลติดกำแพงอิหร่านข้ามคานออกไป
นาทีที่ 22 รามิน เรซาเยียน อิหร่านได้เตะลูกฟรีคิก แต่บอลลอยโค้งข้ามคาน
นาทีที่ 34 เซเอด เอซาโตลาฮี อิหร่านได้โขกจากลูกฟรีคิก บอลเข้ามือผู้รักษาประตูแบบเต็มๆ
นาทีที่ 40 โรนัลโด้ ได้ลองส่องไกล แต่บอลก็ไปเข้ามือ อาลีเรซ่า เบรานวานด์ ผู้รักษาประตูเช่นเดิม
นาทีที่ 42 ริคาร์โด้ กวาเรสม่า โปรตุเกสได้ทะลุขึ้นมายิงแต่บอลข้ามคาน ไม่ได้ลุ้น
นาทีที่ 45 โปรตุเกสตีไข่แตกได้สำเร็จ นำ 1-0 จากจังหวะที่ กวาเรสม่า ชิ่งบอลกับเพื่อนร่วมทีม แล้วดีดไซด์โค้ง บอลเข้าไปเสียบสามเหลี่ยมประตูอย่างสวยงาม

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 53 โปรตุเกสได้ลูกจุดโทษจากการย้อนดูวีเออาร์ แต่ไม่เป็นคะแนนเพราะผู้รักษาประตูพุ่งเซฟไว้ได้จากการยิงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
นาทีที่ 66 โรนัลโด้ ได้ลากบอลมาซัดเต็มๆ แต่ บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 72 ซามาน ก็อดดอส อิหร่านมีโอกาสได้เตะลุ้นแต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 77 อังเดร ซิลวา โปรตุเกสได้โอกาสซัดไกล แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 93 อิหร่านตามตีเสมอโปรตุเกส สำเร็จในช่วงท้ายเกม จากจุดโทษเมื่อผู้ตัดสินดูวีเออาร์ ซึ่งได้ คาริม อัลซารีฟาด อิหร่านเตะทำคะแนนตีเสมอ
จบเกม โปรตุเกส เสมอกับ อิหร่าน 1-1 ทำให้โปรตุเกสเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้สำเร็จ

26/06/61
1.00 น.
อิหร่าน   โปรตุเกส
 1 – 1

 ตารางบอลโลก 25/06/61
สรุปผลการแข่ง โปแลนด์ vs โคลอมเบีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 5 ลูคัสซ์ พิซเซ็ค โปแลนด์ โยนลูกเข้ามาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้ขึ้นโขก แต่ไม่เป็นประตู
นาทีที่ 15 ซานติอาโก้ อาริอัส โคลอมเบีย วิ่งมายิงบอลแถวสอง แต่บอลติดกองหลังโปแลนด์หลุดออกข้าง
นาทีที่ 35 ฮวน กวาดราโด้ โคลอมเบีย ได้โอกาสยิงลูกไกลแต่บอลไม่ตรงกรอบ
นาทีที่ 37 ฮวน กวาดราโด้ ได้ลุยอีกครั้งขึ้นทางขวาสนาม แล้วจิ้ม แต่บอลไปติด วอยเชียค เชสนี่ ผู้รักษาประตูปัดออกหลังไปได้
นาทีที่ 40 กลายเป็นประตู ให้โคลอมเบีย นำ 1-0 เมื่อ ฮาเมส โรดริเกซ ชิพบอลส่งต่อให้ เยร์รี่ มีน่า โดดโขกเข้าประตูไปเน้นๆ
จบครึ่งแรก โคลอมเบียนำก่อน 1-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 ฮวน กินเตโร่ โคลอมโบได้ซัดในกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเลยออกหลังไป
นาทีที่ 52 ราดาเมล ฟัลเกา โคลอมโบได้ยิงต่อ แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 56 ฮวน กินเตโร่ โคลอมโบมีโอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลติดบล็อคกำแพง
นาทีที่ 58 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โคลอมโบหลุดเข้ามายิงให้ลุ้นอีกครั้ง แต่บอลพุ่งเข้ากลางอก ผู้รักษาประตูโปแลนด์
นาทีที่ 70 โคลอมโบทำประตูได้สำเร็จหลังพยายามหลายต่อหลายครั้ง นำไปเป็น 2-0 เมื่อราดาเมล ฟัลเกา หลุดโดยไม่ล้ำหน้าเข้าไปเตะทำคะแนนแบบสบายๆ
นาทีที่ 74 เป็นฝ่ายโปแลนด์ ได้ลุ้นบ้าง จากลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษโดย พิโอเตอร์ ซีลินสกี้ แต่บอลพุ่งออกนอกกรอบ
นาทีที่ 75 โคลอมเบีย หนีห่างไปเป็น 3-0 จากลูกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงของ ฮวน กวาดราโด้
นาทีที่ 88 เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสยิงเต็มๆ จากหน้ากรอบเขตโทษ แต่ถูกผู้รักษาประตูปัดออกไปได้
จบเกมครึ่งหลัง โปแลนด์ตีไข่แตกไม่สำเร็จ โคลอมเบียชนะไป 3-0 ส่วนโปแลนด์ ตกรอบ

25/06/61
01.00 น.
โปแลนด์   โคลอมเบีย
0 – 3

สรุปผลการแข่ง ซาอุดิอาราเบีย vs อียิปต์

เกมคู่นี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นนอกจากแข่งกันว่าใครจะไม่เป็นบ๊วยของกลุ่ม
เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 22 อียิปต์ ขึ้นนำไปก่อน จากการพังประตูของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์
นาทีที่ 41 ซาอุดิอาราเบีย ได้จุดโทษ แต่ ฟาลัด อัล มูวาลัด ยิงไปติดเซฟ เอล ฮาดารี่
ช่วงทดเจ็บ ซาอุดิอาราเบียได้จุดโทษอีกครั้ง โดย ซัลมาน อัล ฟาราจ เป็นคนยิงเข้าไป
จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 90+3 ซาอุดิอาราเบีย ทำประตูได้โดย ซาเล็ม อัล ดาวซารี่ เป็นผู้ประตู
จบเกม อียิปต์ อยู่ในอันดับสุดท้ายตกรอบแบบไร้คะแนนไป

25/06/61
21.00 น.
ซาอุดิอาราเบีย   อียิปต์
 2 – 1

สรุปผลการแข่ง อุรุกวัย vs รัสเซีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 10 อุรุกวัยคะแนนขึ้นนำเจ้าภาพก่อน 1-0 โดยได้ฟรีคิกบนเส้นเขตโทษ และ หลุยส์ ซัวเรส วิ่งมายิงเรียดบอลเสียบเสาเข้าประตูไปจนได้
นาทีที่ 12 รัสเซียมีโอกาสได้ลุ้นบ้างจากการยิงของ เดนิส เชรีเชฟ บอลพุ่งเข้ากรอบแต่ติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 17 อาร์เต็ม ซูบ้า รัสเซียได้โขกจากลูกเตะมุม แต่บอลเด้งพื้นข้ามคานออกสนาม
นาทีที่ 23 กลายเป็นประตูอุรุกวัยอีกครั้ง 2-0 เมื่อ ดิเอโก้ ลักซัลต์ ได้โอกาสยิงจากลูกเตะมุมหน้ากรอบเขตโทษ และบอลแฉลบกับ เดนิส เชรีเชฟ รัสเซียเข้าประตูไป โดยฟีฟ่าถือว่าเป็นการทำบอลเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 28 โรดริโก้ เบนตานกูร์ อุรุกวัยเกือบทำประตูเพิ่มให้ทีมในจังหวะหลุดขึ้นมาแล้วยิง แต่บอลติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 36 ความซวยมาเยือนเมื่อรัสเซียเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ อิกอร์ สโมลนิคอฟ ทำฟาวล์ ลักซัลต์ กลายเป็นใบเหลืองที่ 2 โดนออกจากสนาม ทำให้รัสเซียตกอยู่ในสภาวะกดดันทั้งคะแนนตามหลังและจำนวนผู้เล่น
หมดครึ่งแรก อุรุกวัยนำอยู่ 2-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 47 อุรุกวัยบุกต่อ และได้ฟรีคิกในระยะหวังผล โดย เอดิสัน คาวานี่ วิ่งเข้ามายิงแต่ติดกำแพง
นาทีที่ 59 โรดริโก้ เบนตานกูร์ อุรุกวัย หลุดขึ้นมายิงอีกครั้ง แต่ยังติดบล็อคแนวรับรัสเซีย
นาทีที่ 68 เอดิสัน คาวานี อุรุกวัย ลุยขึ้นมายิง บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 74 อาร์เต็ม ซูบ้า รัสเซียได้ลุ้นตีตื้นในกรอบเขตโทษ แต่บอลไม่ตรงกรอบ
นาทีที่ 82 คริสเตียน โรดิเกซ อุรุกวัยได้ยิง บอลพุ่งไปติดผู้รักษาประตู
นาทีที่ 86 คาวานี่ ได้หลุดขึ้นมายิงอีกครั้ง แต่บอลยังติดบล็อครัสเซีย
นาทีที่ 90 เป็นประตูนำขาดท้ายเกม อุรุกวัย 3-0 เมื่อ คริสเตียน โรดิเกซ ซัดบอลพุ่งแรงแต่โดนปัดออก กลายเป็นลูกเตะมุม และ เอดิสัน คาวานี่ เตะซ้ำลูกโขกของซัวเรสเข้าประตูไป
จบเกม อุรุกวัยชนะไป 3-0 รัสเซียไปแข่งต่อกับทีมรองกลุ่ม B

25/06/61
21.00 น.
อุรุกวัย   รัสเซีย
0 – 3

ตารางบอลโลก 24/06/61
สรุปผลการแข่ง เยอรมนี vs สวีเดน

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 3 เยอรมันได้ลุ้นก่อนจากการยิงของ โยนาส เฮคเตอร์ แต่บอลติดบล็อคแนวรับของสวีเดน
นาทีที่ 8 ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ เยอรมัน ลุยขึ้นมาทางซ้ายสนาม แล้วจิ้มเข้าหน้าประตูสวีเดน แต่ไม่มีใครเข้าต่อลูกได้
นาทีที่ 9 ติโม แวร์เนอร์ เยอรมันเกือบจะเข้าชาร์จลูกเปิดของ มาร์โค รอยส์ ได้ แต่แนวรับสวีเดนสกัดเอาไว้ได้ทัน
นาทีที่ 13 สวีเดน เกือบเป็นฝ่ายขึ้นนำ โดย มาร์คุส เบิร์ก หลุดเข้าไปยิง แต่ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูออกมาบล็อคได้หวุดหวิด
นาทีที่ 28 สวีเดนได้ลุ้นจากการเติมขึ้นมาโยนของ ลุดวิก ออกุสตินส์สัน แต่ โยนาส เฮคเตอร์ เป็นฝ่ายโขกสกัดออกไป
นาทีที่ 32 สวีเดน เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 จากการตัดบอลกลางสนาม แล้วโยนขึ้นมาแดนหน้า โดย โอล่า ตอยโวเน่น ชิพผ่านผู้รักษาประตูกลายเป็นคะแนนแรกให้กับสวีเดน
นาทีที่ 39 เยอรมันเกือบได้โอกาสตีเสมอ เมื่อ โธมัส มุลเลอร์ มีโอกาสได้เตะซ้ำลูกยิงของ กุนโดกัน ในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่เจอผู้รักษาประตูสวีเดนป้องกันไว้ได้
นาทีที่ 45 เยโรม บัวเต็ง เยอรมัน เติมขึ้นมายิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 45+2 มาร์คุส เบิร์ก เกือบโขกลูกให้สวีเดนทำคะแนนเพิ่ม แต่ เจอปัดออกไปได้
จบครึ่งแรก สวีเดนนำเยอรมัน 1-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 48 เป็นความสำเร็จของเยอรมัน สามารถตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 โดย ติโม เเวร์เนอร์ เปิดบอลให้ มาร์โค รอยส์ ยิงเข้าประตู
นาทีที่ 51 โธมัส มุลเลอร์ เยอรมันได้โอกาสโขกบอลแต่หลุดกรอบ
นาทีที่ 56 เยอรมัน เติมขึ้นมายิง โดย โยนาส เฮคเตอร์ บอลปลิ้นเข้ามือผู้รักษาประตูสวีเดน
นาทีที่ 72 ติโม เเวร์เนอร์ เยอรมัน ลุยขึ้นมาทางด้านซ้ายสนาม เเนวรับสวีเดนสกัดเกือบทำลูกเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 73 เยอรมันยังบุกแหลก มาร์โค รอยส์ ง้างเท้ายิง แต่ติดบล็อคกองหลังของสวีเดน
นาทีที่ 76 สวีเดนได้บุกบ้าง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเข้ามือ ผู้รักษาประตู
นาทีที่ 81 ติโม แวร์เนอร์ เยอรมัน ได้โอกาสยิงในพื้นที่กรอบเขตโทษ แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 82 เฌโรม บัวเต็ง โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม จากการไปทำฟาวล์ ส่งผลให้ เยอรมันเหลือผู้เล่น 10 คน
นาทีที่ 88 มาริโอ โกเมซ เยอรมัน ได้โขกลูกเต็มๆ แต่ถูกผู้รักษาประตูปัดออกไปได้
นาทีที่ 90+2 ยูเลี่ยน บรันด์ท เยอรมันได้ซัดเต็มๆ หน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเป็นจรวดชนเสาอย่างจัง พลาดทำคะแนนขึ้นนำ
นาทีที่ 90+5 เยอรมันสามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ 2-1 หลังฟรีคิก โดย โทนี่ โครส เขี่ยลูกเปลี่ยนจุดกับ รอยส์ แล้ว โทนี โครส วิ่งเข้ามายิง บอลพุ่งเข้าเสาสอง

จบเกม เยอรมัน ชนะ สวีเดน 2-1

24/06/61
01.00 น.
เยอรมนี   สวีเดน
2 – 1

 สรุปผลการแข่ง อังกฤษ vs ปานามา

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 6 ปานามาได้ลุ้นยิง ก่อน แต่ลูกโด่งข้ามคานออกไป
นาทีที่ 8 อังกฤษตามลูกแต่เป็นประตูนำก่อน 1-0 อังกฤษ เมื่อได้ลูกเตะมุมแล้ว จอห์น สโตนส์ โขกเข้าประตูไป
นาทีที่ 16 เอ็ดการ์ บาร์เซนาส ปานามาลุ้นตีเสมอ ได้ปั่นจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 22 อังกฤษทำคะแนนหนีไป 2-0 โดยลูกโทษ จากการทำฟาวล์ของฟิเดล เอสโกบาร์ ใส่ เจสซี่ ลินการ์ด และ แฮร์รี่ เคน เป็นคนรับหน้าที่ทำประตูให้กับอังกฤษ
นาทีที่ 32 คีแรน ทริปเปียร์ อังกฤษ โยนลูกฟรีคิกให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขก แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 36 อังกฤษทำคะแนนหนีไปอีกเป็น 3-0 เมื่อ เจสซี่ ลินการ์ด ได้หลุดขึ้นมาปั่นบอลซุกเข้าก้นตาข่ายไป
นาทีที่ 40 หยุดไม่อยู่ เมื่ออังกฤษได้ประตูเพิ่มเป็น 4-0 หลัง จอห์น สโตนส์ ซ้ำลูกโขกของ สเตอร์ริ่ง เข้าไป
นาทีที่ 45+1 อังกฤษทิ้งห่างขาดลอย 5-0 จากจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน
จบครึ่งแรก อังกฤษ นำ 5-0 แทบไม่มีโอกาสตามทัน

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 62 ยังคงทำคะแนนต่อเนื่อง อังกฤษ ได้ประตูเพิ่ม 6-0 เมื่อ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ได้ยิงบอลอัดเข้ามา จังหวะสุดท้าย แฮร์รี่ เคน พาลูกเข้าประตูไปกลายเป็นลูกแฮชทริค
นาทีที่ 66 ปานามายังไม่ถอดใจ ไมเคิ่ล อาเมียร์ มูรีโย่ พยายามจะยกบอลข้ามผู้รักษาประตู แต่ไม่สำเร็จ
นาทีที่ 73 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อังกฤษ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดออกไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 78 จอร์แดน ตีไข่แตกได้สำเร็จ แม้ไม่มีทางตามทันแต่ก็เป็นลูกแรกของทีมชาติในประวัติฟุตบอลโลก โดยฝีมือของ เฟลิปเป้ บาลอย
หลังจากนั้นไม่มีลูกให้ลุ้นจนจบเกม อังกฤษชนะไป 6-1

24/06/61
19.00 น.
อังกฤษ   ปานามา
6 – 1

 สรุปผลการแข่ง ญี่ปุ่น vs เซเนกัล

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 11 เซเนกัล ขึ้นนำไปก่อน 1-0 โดยลูกเตะของ ซาดิโอ มาเน่ เซเนกัล
นาทีที่ 16 ญี่ปุ่นได้โอกาสลุ้นจากลูกยิงแถวสองของ มาโกโตะ ฮาเซเบะ แต่ติดผู้เล่นฝั่งเดียวกัน
นาทีที่ 22 เซเนกัล ได้ลุ้นโดย เอ็มบาย เนียง มีโอกาสได้ยิง แต่เข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 34 ญี่ปุ่นตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 โดย ทาคาชิ อินูอิ ตัดเข้ามาจากทางซ้ายแล้วยิงเสียบเสาสองเข้าไปได้
นาทีที่ 39 เอ็มบาย เนียง ได้หลุดขึ้นมายิงแต่ผู้รักษาประตูเซฟเอาไว้ได้
หมดเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 ยูยะ โอซาโกะ ได้โขกลูกเต็มๆ ผู้รักษาประตุเซเนกัลพุ่งรับลูกเอาไว้ได้ทัน
นาทีที่ 51 มาดู เอ็นดิอาย ได้ยิงลูกจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเหินลอยข้ามคานออกนอกสนามไป
นาทีที่ 55 เอ็มบาย เนียง ได้ส่องไกล แต่บอลพุ่งเข้าซองผู้รักษาประตูญี่ปุ่น เอจิ คาวาชิมะ
นาทีที่ 60 ญีปุ่นเกือบได้โอกาสขึ้นนำแต่พลาดไปอย่างน่าเสียดาย โดย ยูยะ โอซาโกะ มีโอกาสได้แทปอินในระยะ 2 หลา แต่ดันยิงไม่โดน บอลจึงผ่านหน้าประตูไป
นาทีที่ 64 ทาคาชิ อินูอิ ได้หลุดเข้ามาปั่นบอลด้วยขวา แต่บอลโค้งชนคาน
นาทีที่ 71เซเนกัล ขึ้นนำได้ก่อนเป็น 2-1 จากการเติมเข้ามายิง ของ มุสซ่า วาเก้
นาทีที่ 78 ญี่ปุ่นตีเสมอ 2-2 จากซูเปอร์ซับ โดย เคสึเกะ ฮอนดะ ซึ่งเปลี่ยนตัวลงมาก่อนหน้านี้
หลังจากนั้น เกมรุกรันกันไปมา จนหมดเวลา จบที่เสมอกัน 2-2

24/06/61
22.00 น.
ญี่ปุ่น   เซเนกัล
 2 – 2


ตารางบอลโลก 23/06/61
สรุปผลการแข่ง เซอร์เบีย vs สวิตเซอร์แลนด์

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 4 กรานิต ชาคา สวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสยิงไกล แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 5 ประตูแรกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช เซอร์เบียได้โขก แต่โดนเซฟ จังหวะเกมต่อเนื่อง เซอร์เบีย ครอสเข้ามาอีกครั้ง และ มิโตรวิช ขึ้นโขกเข้าประตูไป เซอร์เบียขึ้นนำก่อน 1-0
นาทีที่ 10 เชอร์ดาน ชากิรี่ สวิตเซอร์แลนด์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลผ่านหน้าประตูออกนอกสนาม
นาทีที่ 19 มิโตรวิช ได้จักรยานกลางอากาศ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 25 มานูเอล อาคานจี สวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสโขกลูกเตะมุม บอลหลุดเสาออกไป
นาทีที่ 30 บเลริม เชมายลี่ หลุดเข้ามายิงในกรอบเขตโทษ ติดเซฟผู้รักษาประตูเซอร์เบีย
นาทีที่ 37 ดูซาน ทาดิช เซอร์เบีย ได้เก็บตกและยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 44 ดุสโก้ โทซิช เซอร์เบียเกือบได้ประตู จากลูกเตะมุม แต่บอลกระดอนโดนหน้าขา แล้วข้ามคานออกไป

จบครึ่งแรก เซอร์เบีย นำ 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 52 มิโตรวิช เซอร์เบียได้ขึ้นโขกจากลูกเตะมุม แต่บอลก็ยังข้ามคาน
นาทีที่ 52 สวิตเซอร์แลนด์ ตีเสมอ 1-1 ในจังหวะที่ ชากิรี่ ยิงติดบล็อค และบอลกระดอนมาเข้าทาง กรานิต ชาคา บอลพุ่งเข้าเสาสองเป็นประตูได้สำเร็จ
นาทีที่ 58 ชากิรี่ ยิงจากกรอบเขตโทษทางด้านขวา บอลโค้งสวยแต่พุ่งชนคานออกหลังไปเกือบได้ลุ้น
นาทีที่ 74 มาริโอ กาฟราโนวิช สวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ แต่เจอล้ำหน้าก่อน
นาทีที่ 76 อเด็ม ลายิช เซอร์เบียได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ติดบล็อคแนวรับ สวิตเซอร์แลนด์
นาทีที่ 82 สวิตเซอร์แลนด์ เกือบทำประตูขึ้นนำ จากลูกยิงของ บรีล เอ็มโบโล่ แต่่บอลติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 84 มาริโอ กาฟราโนวิช สวิตเซอร์แลนด์ หลุดขึ้นมายิงแต่ยังติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 90 ประตูในนาทีท้ายเกมของสวิตเซอร์แลนด์ โดย เซอร์ดาน ชากิรี่ วิ่งหลุดเดี่ยวนำกองหลังมาครึ่งสนาม แล้วแปลูกเข้าตาข่ายไป

จบครึ่งหลัง กลายเป็นสวิตเซอร์แลนด์ทำคะแนนชนะไป 2-1

23/06/61
01.00 น.
เซอร์เบีย   สวิตเซอร์แลนด์
1 – 2


สรุปผลการแข่ง เบลเยียม vs ตูนิเซีย

ครึ่งเวลาแรก

นาทีที่ 3 โธมัส เมอนิเย่ร์ เบลเยี่ยมได้ตัดเข้ามายิงก่อน แต่ผู้รักษาประตู ตูนิเซีย เซฟไว้ได้
นาทีที่ 6 เบลเยี่ยมขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 โดยได้ลูกจุดโทษ หลัง เอแดน อาซาร์ โดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และ เป็นฝ่ายยิงจุดโทษทำประตูด้วยตัวเอง
นาทีที่ 13 ลุกากู เบลเยี่ยมเปิดให้ อาซาร์ ได้ยิงแต่ บอลเข้ามือผู้รักษาประตู ตูนิเซีย
นาทีที่ 15 คาราสโก้ เบลเยี่ยมซัดลูกไกล แต่บอลเบาเกินไป เลยเข้ามือผู้รักษาประตูแบบไม่ได้ลุ้น
นาทีที่ 16 เบลเยี่ยมได้ประตูเพิ่ม ขึ้นนำ 2-0 โดยลูกากูมีโอกาสซัดหน้ากรอบเขตโทษจากลูกจ่ายของ ดรีส เมอร์เทนส์
นาทีที่ 18 ตูนีเซีย ทำประตู่ไล่ตามทันที 2-1 โดย ดีแลน บรอนน์ โหม่งเข้าไปจากลูกฟรีคิก
นาทีที่ 24 ตูนีเซีย เปลี่ยนเอา ฮัมดี้ นากเกซ มาแทน ดีแลน บรอนน์ เพราะอาการบาดเจ็บ
นาทีที่ 31 เฟร์จานี่ ซาสซี่ ตูนีเซีย ยิงถากเสาออกไปนิดเดียว
นาทีที่ 39 ฟาเคร็ดดีน เบน ยุสเซฟ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคาน
นาทีที่ 45+3 เบลเยี่ยมาได้ประตูเพิ่มจาก โรมเมลู ลูกากู 3-1 นำห่าง ตูนิเซีย
จบครึ่งแรก เบลเยี่ยม นำ ตูนิเซีย 3-1

ครึ่งเวลาหลัง
นาทีที่ 47 เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยี่ยม เปิดบอลให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ได้ยิง แต่บอลลอยข้ามคานไป
นาทีที่ 51 เบลเยี่ยมถลุงคะแนนนำไปเป็น 4-1 โดย อาซาร์ หลุดเดี่ยวแล้วล็อคหลบผู้รักษาประตู ยิงเข้าไปอย่างสบาย
นาทีที่ 56 เฟร์จานี่ ซาสซี่ ตูนีเซีย ได้ยิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 61 ยันนิก แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ เบลเยี่ยม ได้ปั่นลูกโค้ง บอลหลุดเสาออกสนามไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 76 มิชี่ บัตชูอายี่ เบลเยี่ยม ล็อคหลบผู้รักษาประตู ยิงแล้วติดเซฟกองหลัง
นาทีที่ 80 เบลเยี่ยม เกือบได้ประตู 3 จังหวะต่อเนื่อง จาก การ์ราสโก้ , มิชี่ บัตชูอายี่ และ โทมัส มูนิเย่ร์ แต่บอล ติดเซฟ ชนคาน และข้ามคานออกไป
นาทีที่ 81 มิชี่ บัตชูอายี่ เบลเยี่ยมได้ยิงในระยะ 4 หลา แต่บอลติดเซฟ
นาทีที่ 90 หลังจากเบลเยี่ยมบุกอย่างหนักหน่วง มิชี่ บัตชูอายี่ ทำคะแนนทิ้งไปอีกเป็น 5-1
นาทีที่ 90+3 ช่วงทดเวลา ตูนิเซียได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 2-5 จาก วาห์บี คาซรี กัปตันทีม แต่ไม่อาจตามคะแนนเบลเยี่ยมได้ทัน

จบเกม เบลเยี่ยม ชนะไป 5-2 ส่วน ตูนิเซีย ตกรอบเป็นที่เรียบร้อย

21/06/61
01.00 น.
เบลเยียม   ตูนิเซีย
5 – 2

สรุปผลการแข่ง เกาหลีใต้ vs เม็กซิโก

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 12 เม็กซิโก ได้โอกาสลุ้นก่อน จาก ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ แต่โขกลูกออกสนามไปเอง
นาทีที่ 22 เกาหลีใต้ได้ลุ้นบ้าง โดยได้ยิงถึง 3 ครั้ง โดย ซน ฮึง-มิน แต่พลาดทุกลูก
นาทีที่ 23 เกาหลีใต้ได้ลุ้นโขกจากจังหวะลูกเตะมุม โดย ฮวาง ฮี-ชาน บอลโดนผู้รักษาประตูเม็กซิโก โอชัว ปัดออกไป
นาทีที่ 26 เม็กซิโกขึ้นนำก่อน 1-0 โดยได้คะแนนจากจุดโทษ โดย คาร์ลอส เวล่า
นาทีที่ 28 มิเกล ลายุน เกาหลีใต้มีโอกาสได้ลุ้นยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคานไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 31 ซน ฮึง-มิน เกาหลีใต้ได้ลูกยิงฟรีคิก แต่เตะแรงไปจึงทำให้บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 39 ซน ฮึง-มิน ได้หลุดขึ้นมาลุ้นอีกครั้ง กำลังพยายามจะยิงแต่ โอชัว ผู้รักษาประตูเม็กซิโก ออกมาบล็อคเอาไว้ได้ก่อน
นาทีที่ 43 เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ เม็กซิโก เลี้ยงหลบผู้เล่นเกาหลีใต้ไปถึง 3 คน สอยจังหวะยิงแต่ข้ามคานออกนอกสนามไป
นาทีที่ 45 ซน ฮึง-มิน เกาหลีใต้พยายามจะยิงประตู แต่โดนผู้เล่นเม็กซิโกสกัดไว้ได้
จบครึ่งแรก เม็กซิโก นำ เกาหลีใต้ 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 51 เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ เม็กซิโกได้โอกาสปั่นลูกหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 52 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ เม็กซิโกมีโอกาสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 56 คี ซุง-ยอง เกาหลีใต้ มีโอกาสได้ยิงจังหวะที่สอง บอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ผู้รักษาประตูปัดออกมาแล้วตามมาตะครุบบอลเอาไว้ได้
นาทีที่ 58 อันเดรส กวาร์ดาโด้ เม็กซิโกได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ โดน โช ฮยอน-วู ผู้รักษาประตูเกาหลีใต้โดดปัดออกไปได้
นาทีที่ 62 คาร์ลอส เวล่า มีโอกาสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่หลุดข้ามคานออกไป
นาทีที่ 66 เม็กซิโก ทำคะแนนหนีไป 2-0 โดย ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ล็อคหลบผู้เล่นเกาหลีใต้ 1 คน ก่อนยิงทำประตู
นาทีที่ 69 ซน ฮึง-มิน มีโอกาสยิงทำคะแนนตีไข่แตก แต่เจอเม็กซิโกเซฟรับลูกไว้ได้
นาทีที่ 88 ซน ฮึง-มิน ลุยฝ่ากองหลังเม็กซิโก ได้เตะ แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 90+3 เกาหลีใต้ ทำประตูไล่มาได้เป็น 1-2 จากการยิงอย่างสุดสวยของ ซน ฮึง-มิน แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะเวลาแทบไม่เหลือ

21/06/61
01.00 น.
เกาหลีใต้   เม็กซิโก
1 – 2

ตารางบอลโลก 22/06/61
สรุปผลการแข่ง อาร์เจนติน่า vs โครเอเซีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 5 อิวาน เปเรซิซ โครเอเชีย ได้หลุดขึ้นมาทางซ้ายสนามแล้วยิง แต่ผู้รักษาประตูปัดออกไปได้
นาทีที่ 12 อาร์เจนติน่า ได้ลุ้นกลับ เมื่อ เอ็นโซ่ เปเรซ กระดกบอลให้ เมสซี่ หลุดเข้าไปยิง แต่ ผู้รักษาประตูโครเอเชียคว้าทัน
นาทีที่ 13 เอดูอาร์โด ซัลวิโอ อาร์เจนติน่าได้ลุ้นยิงบ้างจากแถวสอง บอลติดบล็อคแนวรับโครเอเชียข้ามคานไป
นาทีที่ 21 มาร์กอส อคุนญ่า อาร์เจนติน่าได้ครอสจากทางด้านซ้าย แต่บอลตกบนคาน
นาทีที่ 27 เซร์คิโอ อเกวโร่ ลุยขึ้นมาทางซ้ายแล้วครอสเข้ามา และ เมสซี่ เกือบโขกได้ แต่เจอ อีวาน สตรินิช เข้ามาตัดหน้าได้ทัน
นาทีที่ 30 อาร์เจนตินา พลาดโอกาสแบบสุดๆเมื่อ เอ็นโซ่ เปเรซ ได้ยิงแบบไม่มีผู้รักษาประตูเนื่องจากล้มอยู่ แต่เตะเข้าหน้าต่างไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 45+2 โครเอเชีย ได้ลุ้นจากการยิงของ อันเต้ เรบิช แต่บอลข้ามคานออกไป พลาดโอกาสเช่นกัน

หมดครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 52 เซร์คิโอ อเกวโร่ อาร์เจนติน่าหลุดขึ้นมาได้ยิงบอลแต่เข้าผู้รักษาประตูโครเอเชีย
นาทีที่ 53 เป็นประตูเมื่อ โครเอเชียขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ผู้รักษาประตู ส่งบอลพลาด และ อันเต้ เรบิช คว้าโอกาสเก็บบอลยิงเข้าไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 63 อาร์เจนตินา พลาดโอกาสอีกครั้ง เมื่อ เมสซี่ มาซ้ำบอล ในระยะ 2 หลา แต่เจอ อิวาน ราคิติช เข้ามาสกัดออก
นาทีที่ 71 ดิบาล่า อาร์เจนติน่าได้โอกาสปั่นลูก แต่ยังไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 80 กลายเป็นประตูที่ 2 ให้ โครเอเชีย เมื่อ ลูก้า โมดริช ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ เล่นจังหวะล็อคซ้ายขวา แล้วยิงไซด์ เสียบเสาเข้าไปอย่างงดงาม
นาทีที่ 86 โครเอเชีย เกือบทำคะแนนหนีห่างอีกครั้ง เมื่อ อิวาน ราคิติช ได้ยิงลูกฟรีคิก แต่บอลพุ่งชนคานเต็มๆ
นาทีที่ 90+2 เมื่อโครเอเชีย นำขาดลอยปิดเกม ด้วยประตูที่ 3 ของ อิวาน ราคิติช

กลายเป็นจบเกมที่ โครเอเชียชนะไป 3-0 อาร์เจนติน่ายังคงต้องไปลุ้นเอาชนะไนจีเรียและลุ้นคะแนนคู่อื่นๆ

21/06/61
01.00 น.
อาร์เจนติน่า   โครเอเซีย
  0 – 3

สรุปผลการแข่ง บราซิล vs คอสตาริกา

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 3 บราซิลได้ลุ้นประตูก่อน จากลูกยิงไกลของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 13 ออสการ์ ดูอาร์เต้ คอสตาริก้า เติมขึ้นมายิง แต่บอลไม่ตรงกรอบ
นาทีที่ 22 ติอาโก้ ซิลวา ได้ขึ้นโขกลูกฟรีคิกจาก เนย์มาร์ แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 26 กาเบรียล เชซุส บราซิล เตะบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ดันล้ำหน้าไปก่อน
นาทีที่ 27 เนย์มาร์ หลุดเดียวขึ้นมาเกือบได้ทำประตูให้บราซิล แต่จับบอลหลุด ทำให้ เคเลอร์ นาวาส สกัดไว้ได้
นาทีที่ 29 มาร์เซโล่ วิเอร่า บราซิล ได้เติมขึ้นมายิง แต่บอลหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 30 บราซิลได้บุกอีก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้ยิงหน้ากรอบโทษ แต่บอลก็ยังข้ามคานอีกครั้ง
นาทีที่ 41 มาร์เชโล่ ตัดเข้ามาจากซ้ายแล้วยิง บอลพุ่งเข้ามือผู้รักษาประตู
จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังคงเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 48 บราซิลเกือบทำคะแนนขึ้นนำ แต่ เนย์มาร์ ดันชาร์จใส่ ผู้รักษาประตู เสียก่อน
นาทีที่ 50 บราซิลเกือบได้ประตูขึ้นนำถึง 2 ครั้ง โดยได้ลูกเตะมุมแล้ว กาเบรียล เชซุส โขกชนคาน จังหวะสอง คูตินโญ่ วิ่งมาเตะทะลุผ่านผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ คริสเตียน แกมบัว ล้มตัวสกัดลูกออกไว้ได้
นาทีที่ 56 เนย์มาร์ วิ่งมาแปลูกเต็มๆ ในระยะ 5 หลา แต่ ผู้รักษาประตู ปัดออกไปได้
นาทีที่ 57 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ บราซิล ได้วิ่งมาแปในกรอบเขตโทษ เจอผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้อีกครั้ง
นาทีที่ 64 เนย์มาร์ ได้ยิง บอลเรียดพุ่งเข้าหากรอบ ติดเซฟไว้ได้เช่นเคย
นาทีที่ 70 คาร์ลอส คาเซมิโร่ บราซิล ได้โขกกดลงพื้นจากลูกเตะมุม เข้ามือผู้รักษาประตู เซฟไว้ได้อีกครั้ง
นาทีที่ 72 บราซิลยังคงเป็นฝ่ายบุก โดย เนย์มาร์ ได้ปั่นลูกโค้งจากหน้ากรอบแต่ลูกหลุดออกสนามไป
นาทีที่ 79 เนย์มาร์ โดนทำฟาวล์ หงายหลังในเขตโทษ ทีแรกผู้ตัดสินให้ฟาวล์ แต่เมื่อดู วีเออาร์ ก็เปลี่ยนคำตัดสิน
นาทีที่ 85 คูตินโญ่ ได้ปั่นหน้ากรอบเขตโทษ บอลติดมือ นาวาส ผู้รักษาประตู
นาทีที่ 87 คาเซมีโร่ ได้กดเรียดเต็มๆหน้ากรอบเขตโทษ บอลยังพุ่งไปเข้ามือ นาวาส อีกครั้ง
นาทีที่ 90+1 ประตูแรกที่รอคอย บราซิล ได้ประตูนำ 1-0 จากการวิ่งเข้ามาจิ้มลูกในระยะ 3 หลา ของ คูตินโญ่ และรอดขา นาวาส เข้าประตูไป
นาทีที่ 90+4 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ บราซิลได้ยิงในกรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 90+7 บราซิลแทบจะบุกอยู่ฝ่ายเดียว จนเป็นประตูอีกครั้ง นำไป 2-0 ปิดเกมเสมอช่วงต่อเวลา โดย เนย์มาร์ ซัดลูกส่งจากเพื่อนหน้าประตู
จบเกม บราซิลชนะไป 2-0

21/06/61
01.00 น.
บราซิล   คอสตาริกา
 2 – 0

สรุปผลการแข่ง ไนจีเรีย vs ไอซ์แลนด์

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 3 กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ไอซ์แลนด์ บุกก่อน ได้ปั่นฟรีคิกระยะหวังผล ฟรานซิส อูโซโฮ ปัดลูกออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด
นาทีที่ 6 ไอซ์แลนด์ได้ยิงอีกครั้งหน้ากรอบเขตโทษโดย ซิกูร์ดส์สัน บอลเข้ามือผู้รักษาประตูไนจีเรีย อีกครั้ง
นาทีที่ 21 ไอซ์แลนด์ ยังคงได้โอกาสลุ้น จากการยิงของ บีร์กิสร์ บีจาร์นาสัน แต่บอลติดบล็อคแนวรับของไนจีเรีย
นาทีที่ 34 บีร์กิสร์ บีจาร์นาสัน ได้วอลเลย์ลูกในกรอบเขตโทษ แต่บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 45 อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน ไอซ์แลนด์ เกือบจะได้โขกลูกฟรีคิก บอลเลยไปนิดเดียว
นาทีที่ 45+2 ไอซ์แลนด์ได้โขกลูกเตะมุม แต่บอลหลุดเสาออกไป

จบเกมครึ่งแรก 0-0 ไอซ์แลนด์แทบได้ลุ้นอยู่ฝ่ายเดียว

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 49 หลังจากครึ่งแรกไอซ์แลนด์ลุ้นฝ่ายเดียว ไนจีเรียได้ขึ้นนำก่อน 1-0 โดย วิคเตอร์ โมเสส ลุยขึ้นมาด้านขวาสนาม แล้วเปิดลูกให้ อาเหม็ด มูซ่า ยิง กลายเป็นประตูได้สำเร็จ
นาทีที่ 57 วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ไนจีเรีย ได้ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเกือบพุ่งเสียบคาน แต่ ผู้รักษาประตูปัดออกไปได้ทัน
นาทีที่ 68 รูริค กิสลาสัน ไอซ์แลนด์เปลี่ยนมาบุกและยิงบ้าง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 72 ไนจีเรียได้ลุ้นลูกเตะมุม แต่ เลออน บาโลกุน โขกไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 74 อาเหม็ด มูซ่า ไนจีเรีย ได้ปั่นจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลชนคาน
นาทีที่ 75 ไนจีเรีย ได้ประตูเพิ่ม 2-0 โดย อาเหม็ด มูซ่า ลุยขึ้นมา สามารถล็อคหลบผู้เล่นไอซ์แลนด์ 2 คน รวมผู้รักษาประตู จึงยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย
นาทีที่ 82 ไอซ์แลนด์ เกือบได้ประตูจากการได้จุดโทษ หลังดูวีเออาร์ แต่ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ยิงข้ามคานออกไปอย่างพลาดโอกาส
นาทีที่ 88 อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน ไอซ์แลนด์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ ติดเซฟผู้รักษาประตุไนจีเรียอีกครั้ง

จบเกมครึ่งหลัง กลายเป็นไนจีเรียชนะไป 2-0 เกมพลิกจากครึ่งแรก 

21/06/61
01.00 น.
ไนจีเรีย   ไอซ์แลนด์
2 – 0

ตารางบอลโลก 21/06/61
สรุปผลการแข่ง อิหร่าน vs สเปน

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 10 สเปนได้ลุ้นทำประตูแรก โดย ดาบิด ซิลบา โยนลูกฟรีคิกเข้ามา แล้ว ดิเอโก้ คอสต้า ขึ้นโขก แต่โดนไม่ดีบอลเลยหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 14 อิหร่าน ได้สลับเป็นฝ่ายลุ้นจากการยิงลูกไกลของ คาริม อันซาริฟาร์ด แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 19 ดาบิด ซิลบา สเปน มีโอกาสได้ซัดเต็มๆ หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังติดบล็อคผู้เล่นอิหร่าน
นาทีที่ 25 ดาบิด ซิลบา ได้ยิงฟรีคิกระยะหวังผลอีกครั้ง แต่บอลพุ่งเข้ามือ อาลีเรซ่า ไบรานวานด์ ผู้รักษาประตูอิหร่าน
นาทีที่ 30 ดาบิด ซิลบา มีโอกาสกระโดดเตกลางอากาศ แต่ลูกข้ามคานออกไป
นาทีที่ 42 ดาบิด ซิลบา ได้โอกาสยิงอีกรอบในกรอบเขตโทษ แต่ติดบล็อคกองหลังอิหร่าน

หมดครึ่งเวลาแรก อิหร่าน ยังคงเสมอกับ สเปน 0-0

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 สเปนได้ลุ้น 2 จังหวะต่อเนื่องจากการเตะมุม โดย ปิเก้ ได้กระโดดโขกแต่ติดเซฟ
จังหวะสอง บุสเก็ตต์ วิ่งมาปั่นลูก แต่โดนเซฟอย่างเหนียวแน่นไปได้เช่นเคย
นาทีที่ 53 อิหร่าน เกือบเป็นฝ่ายขึ้นนำเมื่อ คาริม อันซาริฟาร์ด มีโอกาสได้ยิงเต็มๆ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลเข้าหน้าต่างข้างประตูไปแทน
นาทีที่ 54 สเปนได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะอุตลุต โดย ดิเอโก้ คอสต้า กำลังจะง้างเตะ แต่กองหลังอิหร่านวิ่งเข้ามาเตะสกัดทำให้ลูกเด้งโดนหน้าแข้งของเขา เข้าประตูไป
นาทีที่ 60 อิหร่าน เกือบจะทำคะแนนตีเสมอได้โดย เมดี้ห์ เตเรมี่ ได้โขกแต่ บอลถากเสาออกไป
นาทีที่ 62 อิหร่าน ส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย ดีใจกันยกทีม แต่ผู้ตัดสินเบรคเอาไว้ ดูภาพย้อนหลังปรากฏว่าล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ผิดหวังไปแทน
นาทีที่ 77 สเปนได้โอกาสยิงฟรีคิกระยะหวังผล แล้ว อิสโก้ วิ่งมาซัดลูก แต่ติดกำแพงอิหร่าน
นาทีที่ 81 อิหร่านเร่งทำคะแนน โดย เมดี้ห์ เตเรมี่ วิ่งมาโขกเต็มๆ แต่บอลหลุดกรอบออกไป ตีเสมอไม่สำเร็จ

อิหร่านพยายามตีเสมอจนนาทีสุดท้ายแต่ไม่สำเร็จ กลายเป็น สเปนชนะไป 1-0

21/06/61
01.00 น.
อิหร่าน    สเปน
0 – 1

สรุปผลการแข่ง เดนมาร์ก vs ออสเตรเลีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 5 ออสเตรเลีย ลุ้นทำประตูก่อนโดย ทอม โลจิค ยิงหน้ากรอบ แต่ลูกแฉลบออกด้านหลังไป ส่วนลูกเตะมุมนั้น แม็ทธิว เล็กกี้ ได้โขกบอล แต่บอลกลับข้ามคานไป
นาทีที่ 7 เดนมาร์กได้ประตูขึ้นนำ ก่อน 1-0 โดย นิโคไล ยอร์เกนเซ่น กระดกบอลส่งต่อให้ คริสเตียน เอริคเซ่น วิ่งมาซัด ณ จุดโทษ บอลพุ่งตุงตาข่ายไปในทันที
นาทีที่ 24 ทิ้งช่วงให้ลุ้นอยู่นาน นิโคไล ยอร์เกนเซ่น เดนมาร์ก ได้โขกแต่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว
นาทีที่ 30 ร็อบบี้ ครูส ออสเตรเลีย ได้ยิงในกรอบเขตโทษแต่ติดบล็อคแนวรับ
นาทีที่ 38 ออสเตรเลีย ทำประตูตีเสมอได้ 1-1 จากการยิงลูกโทษ เมื่อตรวจสอบด้วยวีเออาร์ โดย เยนส์ สตริเกอร์ ลาร์เซ่น ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ไมล์ เยดินัค ยิงทำประตูให้ออสเตรเลีย
นาทีที่ 41 ออสเตรเลีย เกือบทำลูกเข้าประตูตัวเอง โดยบอลเปิดฟรีคิกของเดนมาร์ก ไปโดน เทรนต์ เซนสบิวรี่ แต่โชคดีเข้ามือประตูไปอย่างหวุดหวิด

จบครึ่งแรก คะแนนเสมอ 1-1

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 51 ปิโอเน่ ซิสโต้ มีโอกาสหลุดขึ้นมายิงในกรอบเขตโทษแต่ยิงเฉี่ยวเสาออกไป
นาทีที่ 68 ออสเตรเลีย เกือบทำประตูตีเสมอได้ โดย เเมทธิว เล็คกี้ ยิงอัดเข้าไปและ ร็อบบี้ ครูส วิ่งเข้ามากำลังจะซัด แต่ถูกกองหลังเดนมาร์ก เข้ามาสกัดออกไปก่อน
นาทีที่ 71 อารอย มอย ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษเต็มๆ แต่บอลลอยข้ามคานออกไปนิดเดียว
นาทีที่ 72 ทอม โลจิค ปั่นยิงหน้ากรอบเขตโทษ บอลลอยเข้ามือ แม็ทธิว ไรอัน นายประตูออสเตรเลีย
นาทีที่ 75 เเมทธิว เล็คกี้ กระชากขึ้นมาแล้วตัดเข้ามายิงแต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตูเดนมาร์ก
นาทีที่ 88 ออสเตรเลียเกือบลุ้นทำคะแนนขึ้นนำ เมื่อ ดาเนี่ยล อาซานี่ ยิงเข้าไปเต็มๆ แต่ติดเซฟผู้รักษาประตู หลังจากนั้น แม็ทธิว เล็คกี้ ได้ยิงกระดอนพื้นอีกครั้ง แต่ผู้รักษาประตูเดนมาร์ก ก็พุ่งคว้าลูกทัน
นาทีที่ 90 คริสเตียน เอริคเซ่น เดนมาร์ก ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลถากเสาออกสนามไป
นาทีที่ 92 ปิโอเน่ ซิสโต้ เดนมาร์กได้ยิงในระยะลุ้น แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตูอีกครั้ง

จบเกม เสมอกันไป 1-1 

21/06/61
19.00 น.
เดนมาร์ก    ออสเตรเลีย
1 – 1

สรุปผลการแข่ง ฝรั่งเศส vs เปรู

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 10 ฝรั่งเศส ได้บุกเข้าหน้าประตู อองตวน กรีซมันน์ เตะแล้วหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 12 ปอกบายิงไกลนอกเขตโทษ เฉี่ยวมือผู้รักษาประตูแต่ออกข้างไป
นาทีที่ 15 : เอ็มบัปเป้ ได้โขกบอลจากลูกเตะมุม บอลหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 16 กรีซมันน์ ได้ลุ้นหน้าประตูอีกครั้ง แต่ตรงตัวผู้รักษาประตูกระเด้งไปเข้าเท้านักเตะเปรูเล่นต่อไป
นาทีที่ 31 เปาโล เกร์เรโร่ เปรู ได้พลิกตัวยิงทันที แต่ เข้าตัวผู้รักษาประตูเซฟลูกได้หวุดหวิด บอลกระดอนเล่นต่อ
นาทีที่ 32 ปอกบา โยนลูกให้ เอ็มปัปเป้ ใช้ขาดีดหลัง แต่เข้ามือผู้รักษาประตูพอดีเซฟไว้ได้
นาทีที่ 33 ฝรั่งเศสบุกอีกครั้ง ป็อกบา ไหลบอลไปให้ ชิรูด์ ซึ่งตวัดลูกลูกข้ามหัวผู้รักษาประตูที่เข้ามาสกัด ทำให้ เอ็มปัปเป้ ได้โอกาสวิ่งเข้ามาซ้ำเตะเข้าประตูไป ขึ้นนำก่อน 1-0
นาทีที่ 43 ลูกัส แอร์กน็องเดซ เติมขึ้นมายิง รอบแรกติดผู้รักษาประตูกระเด็น ซ้ำกดอีกทีลูกกระเด้งออกอีกข้างไป

จบครึ่งแรก ฝรั่งเศส นำ เปรู 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 67 หลุยส์ อัดวินกูล่า ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานไปเกือบได้ลุ้น
นาทีที่ 73 เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน ได้บอลตวัดส่งจากเพื่อนแถวข้างประตู แต่ พยายามกระโดดยิงแต่ไม่ทัน บอลพุ่งเข้าหน้าต่าง
นาทีที่ 82 อุสมาน แดมเบเล ฝรั่งเศส ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว
นาทีที่ 87 เปรู ได้ยิงฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เปาโล เกร์เรโร่ เตะข้ามกำแพงแต่บอลเข้ามือ โยริส ไปตรงๆ
นาทีที่ 90+1 เบลส มาตุยดิ ได้เตะระยะไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดไม่เข้ากรอบ

หมดเวลากลายเป็นฝรั่งเศส ชนะไป 1-0

21/06/61
22.00 น.
ฝรั่งเศส    เปรู
 1 – 0


ตารางบอลโลก 20/06/61
สรุปผลการแข่ง รัสเซีย vs อียิปต์

ครึ่งแรก
นาทีที่ 6 เซอร์เก อิกนาเชวิช​ มีโอกาสได้โขกบอลกลับหลังจากเพื่อนส่งให้ แต่บอลเข้าตรงตัวผู้รักษาประตูอียิปต์ ต่อมาต่อมา โกโลวิน ได้โอกาสยิงไกล บอลหลุดออกนอกกรอบไปนิดเดียว
นาทีที่ 15 มาร์วาน โมห์เซน มีโอกาสขึ้นโหม่ง แต่บอลแฉลบกองหลังออกนอกสนามไป
นาทีที่ 16 มาห์มูด เทรเซเก้ต์ อียิปต์ ปั่นโค้งๆ บอลเกือบเข้าประตู แต่ยังโค้งไม่มากพอ
นาทีที่ 19 เดนิส เชอรีเชฟ ได้ปั่นด้วยเท้าขวา บอลข้ามคานออกไปแบบเฉียดฉิว
นาทีที่ 33 อียิปต์เกือบได้จังหวะยิงโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หน้าประตู แต่ ยูริ ชีร์คอฟ เตะตัดออกไปเสียก่อนไม่ให้ได้ลูก กลายเป็นลูกส่งมุม แต่ออกนอกประตูไปภายหลัง
นาทีที่ 37 อียิปต์มีโอกาสได้โหม่งแต่เบาไปเลยเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 38 เดนิส เชอรีเชฟ มีโอกาสได้ยิงแต่ติดบล็อคแนวรับของอียิปต์
นาที่ที่ 40 เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของ ซาลาห์ แต่ไม่เข้าเป้าหลุดเสาไกล
จบครึ่งแรก คะแนนยังคงเสมอ 0-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 46 รัสเซียขึ้นนำ 1-0 โดย โรมัน ซอบนิน เก็บบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ ยิงแล้วบอลไปแฉลบ อาห์เหม็ด ฟาธี อียิปต์ ส่งผลให้บอลกระเด็นเข้าไปประตูไป
นาทีที่ 56 ซาลาห์ มีจังหวะได้ยิงในกรอบเขตโทษแต่บอลไหลเข้าเท้าช้าไป เลยเตะโดนแนวรับรัสเซีย
นาทีที่ 59 มาริโอ เฟร์นานเดซ ลุยขึ้นมาทางขวา จ่ายลูกคืนกลับมาให้ เดนิส เชรีเชฟ ตรงกลางประตูแล้วซัดเข้าประตูไปทันที รัสเซีย นำ อียิปต์ 2-0
นาทีที่ 62 อาร์เทม ซูบา ปะทะกับกองหลังของอียิปต์ แต่ทำลูกหลุดส่งผลให้เจอ ซูบ้าหลบเข้าไปซ้ำกลายเป็นประตูที่ 3 ให้รัสเซียอีกครั้ง
นาที่ที่ 67 มาห์มูด เทรเซเก้ต์ ได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลออกข้างถากเสา
นาทีที่ 73 อียิปต์ตีไข่แตก ซาลาห์ ได้ยิงลูกโทษจากการทำฟาวล์ของฝั่งรัสเซียในเขตโทษ
นาทีที่ 87 ซาลาห์ มีโอกาสได้เหวี่ยงเตะหน้าประตูรัสเซียอีกครั้ง แต่ไม่ตรงจังหวะ ลูกเลยโด่งออกนอกสนามไปหมดลุ้นตีตื้น
ช่วงต่อเวลา อียิปต์ยังพยายามบุกต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถทำประตูใดๆเพิ่มได้ รัสเซียชนะไป 3-1

20/06/61
01.00 น.
รัสเซีย   อียิปต์
3 – 1

สรุปผลการแข่ง โปรตุเกส vs โมร็อกโก

ครึ่งเกมแรก
นาทีที่ 4 โปรตุเกส ขึ้นนำ 1-0 จากการได้ลูกเตะมุมแล้ว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระโดดโขกเข้าประตูไปทันที
นาทีที่ 9 โรนัลโด้ ได้ยิงด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษลุ้นทำประตูอีกรอบ แต่บอลเบี่ยงออกหลังไป
นาทีที่ 11 เบนาเตีย โมร็อกโก ได้กระโดดโขกในกรอบเขตโทษ แต่ติดเซฟผู้รักษาประตู
นาทีที่ 18 ฮาคิม ซิเย็ค โมร็อกโก ลุยขึ้นมาจากทางซ้าย แล้วยิง แต่ บอลติด เซดริก ซัวเรส ออกข้างไป
นาทีที่ 23 ฮาคิม ซิเย็ค มีโอกาสได้ยิงทางด้านซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเรียดเข้ามือผู้รักษาประตูโปรตุเกส
นาทีที่ 32 โรนัลโด้ ได้ยิงฟรีคิกในระยะหวังผล แต่บอลติดกำแพงของโมร็อคโก
นาทีที่ 39 โรนัลโด้ กระดกบอลส่งให้ กูเอเดส ยิงตามน้ำ แต่ติดผู้รักษาประตูของโมร็อคโก
หมดครึ่งแรก โปรตุเกส นำ 1-0

ครึ่งเกมหลัง
นาทีที่ 51 โรนัลโด้ วิ่งเข้ามาหวด หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอล เหินข้ามคานออกไป
นาทีที่ 55 ยูแนส แบลอ็องด้า โมร็อคโก ได้ยิงลูกโค้ง แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 57 ยูแนส แบลอ็องด้า ได้โขกเต็มๆ บอลกระดอนพื้น ลุ้นทำประตูอีกครั้ง แต่ผู้รักษาประตูก็ยังเซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 78 โมร็อคโก มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิก โดย ฮาคิม ซิเย็ค เปิดให้ เบนาเตีย โขกแต่ยังไม่ดีนัก บอลเลยออกหลังไป
นาทีที่ 80 นาบิล ดิราร์ โมร็อกโกได้เติมขึ้นมายิงเต็มๆ แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 85 โรนัลโด้ มีโอกาสยิงฟรีคิกบนเส้นกรอบเขตโทษ แต่ติดกำแพง
นาทีที่ 90 ฮาคิม ซิเย็ค โมร็อกโกได้ลุยเข้าจากทางขวา แล้วซัดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลพุ่งไปติด เปเป้ ที่ยืนขวางอยู่ เลยออกหลังไป
นาทีที่ 93+3 เมห์ดี เบนาเตีย โมร็อกโก ได้ยิงในระยะ 6 หลา ในจังหวะชุลมุน แต่ยิงเหินข้ามคานไป พลาดโอกาสตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย
หมดเวลา จบเกม โปรตุเกส ชนะไป 1-0

20/06/61
19.00 น.
โปรตุเกส    โมร็อกโก
  1 – 0

สรุปผลการแข่ง อุรุกวัย vs ซาอุดิอาราเบีย

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 8 ซาอุดิอาราเบียมีโอกาสได้ยิงฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษก่อน มุฮาหมัด อัล มูวาลัด ได้เตะ แต่แฉลบกำแพงออกหลังไป ได้ลูกเตะมุมแต่ไม่ได้บุกต่อ
นาทีที่ 13 อุรุกวัย ได้ซัดครั้งแรก โดยมาร์ติน กาเซเรส เปิดให้ เอดินสัน คาวานี่ ได้ยิง แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 20 คาร์ลอส ซานเชซ อุรุกวัย เล่นลูกเตะมุมสั้น กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ามา บอลเข้ามือผู้รักษาประตูซาอุดิอาราเบีย หลังจากซาอุดิอาราเบียสวนกลับ ซาเล็ม อัล-ดอว์ซารี่ ได้ยิงแต่บอลหลุดกรอบ
นาทีที่ 23 อุรุกวัย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกเตะมุมโดย หลุยส์ ซัวเรส ขึ้นโขกเข้าไปสบายๆ
นาทีที่ 25 อุรุกวัย เกือบได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ คาวานี่ หลุดมาทางด้านขวาแล้วมีโอกาสได้ยิง แต่บอลแฉลบไปเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 26 ซาอุดิอาราเบีย ได้ลุ้นทำประตู จากการยิงทางฝั่งขวาของ บาเฮบรี้ แต่ มุสเลล่า ผู้รักษาประตูเซฟได้อย่างเฉียดฉิว
นาทีที่ 29 บาเฮบรี้ มีโอกาสยิงอีกครั้งระยะประมาณ 4 หลา แต่บอลข้ามคานออกไปยังไม่สามารถตีเสมอ

จบครึ่งแรก อุรุกวัย นำ ซาอุดิอาระเบีย 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 51 หลุยส์ ซัวเรส ได้ยิงฟรีคิก แต่บอลโดนกำแพง ซาอุดิอาราเบีย ถึงแม้จะตรงกรอบ ผู้รักษาประตู ซาอุดิอาราเบียก็ยังปัดออกได้อยู่
นาทีที่ 60 คาร์ลอส ซานเชซ อุรุกวัย ได้ไขว้เข้ามาจากทางขวา และ เอดินสัน คาวานี่ เกือบเข้าชาร์จได้ แต่โดนแนวรับของ ซาอุดิอาราเบีย สกัดออกไปได้
นาทีที่ 62 คาวานี่ โยนบอลเข้าไปให้ คาร์ลอส ซานเชซ ได้พุ่งเข้ามาโขกลูก แต่บอลข้ามคานออกไป
นาทีที่ 80 คาวานี่ ได้โอกาสโขกเปลี่ยนทางจากบอลที่ ลูคัส ตอร์เรร่า ยิงเข้ามา แต่บอลเฉี่ยวเสานิดเดียว
นาทีที่ 86 คาวานี่ สามารถหลุดเข้ามาแล้วยิงอีกครั้ง แต่ติด ผู้รักษาประตู เซฟเอาไว้ได้
นาทีที่ 91 อัล ชารานี่ ซาอุดิอาราเบีย มีโอกาสได้ยิง แต่บอลหลุดกรอบ

หมดเวลา ซาอุดิอาระเบีย ชนะไป 1-0

20/06/61
22.00 น.
อุรุกวัย  ซาอุดิอาราเบีย
1 – 0


ตารางบอลโลก 19/06/61
สรุปผลการแข่ง ตูนิเซีย vs อังกฤษ

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 2 อังกฤษมีโอกาสได้ยิงในกรอบก่อนโดย เจสซี่ ลินการ์ด แต่ ผู้รักษาประตูตูนีเซียใช้เท้าสกัดลูกออกไป อังกฤษได้เตะมุมอีกครั้ง แต่ไม่เข้าเป้า ตูนีเซียได้เตะต่อ
นาทีที่ 3 อังกฤษได้บุกอีกรอบ ราฮีม สเตอร์ลิง ส่งลูกแบบสวยๆทะลุกองหลังตูนีเซีย ให้ เจสซี่ ลินการ์ด แล้ว ลินการ์ดดีดส่งกลับคืนให้ สเตอร์ลิงอีกครั้งหน้าประตู แต่พลาดเตะไม่เข้ากรอบอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 11 อังกฤษได้ประตูแรก ขึ้นนำ 1-0 จากการได้ลูกเตะมุม แล้ว แฮรี่ แม็คไกวร์กระโดดขึ้นโขก ผู้รักษาประตูใช้มือปัด ลูกกระดอนเข้าทาง แฮร์รี่ เคนซัดเข้าประตูไปในทันที
นาทีที่ 15 ตูนีเซียจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้รักษาประตูเพราะอาการบาดเจ็บ
นาทีที่ 18 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อังกฤษได้ลูกเก็บตกจากบริเวณกรอบเขตโทษ โดยฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยเท้าขวา แต่เข้ามือผู้รักษาประตูที่ทิ้งตัวรับไว้ได้ทัน
นาทีที่ 22 ตูนีเซียได้บุกบ้าง โดยวิ่งบุกทางด้านขวา พยายามส่งลูกเข้าหน้าประตู แต่ติดกองหลังสะกัดเตะออก ได้เตะมุม หลังจากโยนลูก เฟร์จานี่ ซาสซี่ เตะโด่งออกนอกสนามไปแบบไม่ต้องลุ้น
นาทีที่ 23 อังกฤษบุกกลับ ลินการ์ด ได้ลุ้นยิงหน้าประตู แต่ไม่เข้ากรอบ
นาที่ที่ 27 เฟร์จานี่ ซาสซี่ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่เจอแนวรับอังกฤษ ลูกออกหลังไป
นาทีที่ 30 อังกฤษได้ฟรีคิกจากการทำแฮนด์บอลของตูนีเซีย คีแรน ทริปเปียร์ เตะโยนลูก แฮรี่ แม็คไกวร์ โดดโขก แต่เข้ามือผู้รักษาประตูไป
นาทีที่ 33 ตูนีเซียได้ลุ้นจุดโทษ จากกรณี ไคล์ วอล์คเกอร์ เหวี่ยงแขนซ้ายไปฟาดผู้เล่นตูนีเซียทำฟาวล์  ซาสซี่ รับหน้าที่เตะลูกโทษ ซัดเข้ามุมล่างซ้ายเฉียดมือผู้รักษาประตูเข้าประตูไปกลายเป็นคะแนนตีเสมอ 1-1
นาทีที่ 38 อังกฤษได้ฟรีคิกจากมุมสนาม เตะโยนไปหน้าประตู กระโดดโขกแต่เจอผู้รักษาประตูปัด  ตูนีเซียกระโดดโหม่งป้องกันประตู เข้าทางอังกฤษ แต่ จอห์น สโตนส์เตะไม่เข้าเท้า พลาดโอกาสทำประตูนำไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 42 อังกฤษได้ฟรีคิกโยนลูกเข้ากรอบโทษอีกครั้ง แต่เตะชนกองหลังออกไป หลังจากได้เตะมุมอีกรอบ ส่งลูกกันแล้วเตะแต่เข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 44 ลินการ์ดมีโอกาสหลุดเข้าไปเตะถึงหน้าประตู กระดกลูกข้ามผู้รักษาประตูแต่ลูกชนเสาออกข้างประตูไปอีกครั้ง
จบครึ่งแรก ยังคงเสมอ 1-1

ครึ่งหลัง
นาทีที่ 51 อังกฤษได้ลุกเตะมุม แฮรี่ แม็คไกวร์ กระโดดขึ้นโหม่ง แต่เข้ามือผู้รักษาประตูไปตรงๆ
นาทีที่ 55 อังกฤษ ได้โยนเข้าหน้าประตูให้เพื่อนแต่เกี่ยวไม่ติด ลูกเลยประตูไป
นาทีที่ 68 อังกฤษได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ คีแรน ทริปเปียร์ยิงข้ามกำแพง แต่ออกข้างประตูไป หลังจากนั้นได้ยิงอีกในเขตโทษแต่ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
นาทีที่ 78 อังกฤษยังคงได้ลุ้นทำประตู โดยเตะฟรีคิกจากการฟาวล์หน้าเขตโทษ ระยะ 10 หลา แอชลีย์ ยัง เตะข้ามกำแพงทะลุข้ามคานไป
นาทีที่ 90 ก่อนหมดเวลา อังกฤษทำประตูสำเร็จขึ้นนำเป็น 2-1 จากฝีมือของ แฮร์รี่ เคน อีกครั้ง โดยการเล่นลูกโด่ง
หมดช่วงทดเวลา กลายเป็นอังกฤษทำคะแนนชนะไปสำเร็จในช่วงท้ายเกม

19/06/61
01.00 น.
ตูนิเซีย   อังกฤษ
 1 – 2

สรุปผลการแข่ง โคลอมเบีย vs ญี่ปุ่น

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 3 ญี่ปุ่นขึ้นนำ 1-0 โดยได้จุดโทษจากจังหวะ คาร์ลอส ซานเชส ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ แถมยังโดนใบแดงตั้งแต่ 3 นาทีแรก โดนไล่ออกเร็วเป็นอันดับ 2 ของฟุตบอลโลก ชินจิ คากาวะ รับหน้าที่ยิงลูกโทษได้สำเร็จ
นาทีที่ 12 โคลอมเบีย มีโอกาสลุ้นตีเสมอ จากฟรีคิกที่โยนเข้ามา โดย ราดาเมล ฟัลเกา ยิง แต่บอลเข้าตรงตัวผู้รักษาประตู
นาทีที่ 15 คากาวะ ไหลมาให้ ทากาชิ อินูอิ ได้ยิง แต่บอลผ่านหน้าประตูออกหลังไป
นาทีที่ 25 โคลอมเบียลุ้นตีเสมออีกครั้ง จากการเข้าชาร์จลูกเปิดของ ฮวน กวาดราโด้ แต่บอลแฉลบออกกองหลังญี่ปุ่น
นาทีที่ 31 โคลอมเบีย เปลี่ยนเอา ส่ง วิลมาร์ บาร์ริออส ลงมาแทน ฮวน กวาดราโด้ กองกลาง
นาทีที่ 34 ราดาเมล ฟัลเกา โคลอมเบีย ยิงตามน้ำ บอลเข้าตรงตัวผู้รักษาประตูญี่ปุ่น
นาทีที่ 39 โคลอมเบีย สามารถทำเสมอได้ด้วยผู้เล่นเพียง 10 คนจากฟรีคิกของ ฮวน กินเตโร่ ที่ใช้เทคนิคเตะ รอดกำแพงเข้าไป ถึงแม้ผู้รักษาประตูญี่ปุ่นจะรับไว้ได้ แต่ก็พ้นเส้นประตูเข้าไปแล้ว ส่งผลเสมอ 1-1
จบครึ่งแรก ไม่มีฝ่ายใดทำคะแนนเพิ่ม จึงเสมอกันอยู่

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 54 ยูยะ โอซาโกะ วิ่งทะลุขึ้นมาจากทางซ้ายของสนาม และได้ยิงเต็มๆ แต่บอลติดเซฟ ดาวิด ออสปินา ผู้รักษาประตู
นาทีที่ 57 ทากาชิ อินูอิ ได้โอกาสปั่นด้วยเท้าขวา แต่ยังโดน ออสปิน่า ปัดออกได้อย่างหวุดหวิด
นาทีที่ 59 โคลอมเบีย ส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ลงแทน ฮวน กินเตโร่
นาทีที่ 69 ญี่ปุ่นเปลี่ยน เคซุเกะ ฮอนดะ ลงเล่นแทน ชินจิ คางาวะ ส่วน โคลอมเบีย เปลี่ยน คาร์ลอส บัคก้า ลงแทน โฮเซ่ อิซเกียร์โด้
นาทีที่ 71 เคซุเกะ ฮอนดะ เพิ่งได้ลงแต่ก็มีโอกาสได้ยิง แต่ บอลเข้ามือประตูโคลอมเบีย
นาทีที่ 73 ญี่ปุ่นขึ้นนำ 2-1 เมื่อ ฮอนดะ เปิดลูกเตะมุมให้ ยูยะ โอซาโกะ โขกลูกเข้าประตูไป
โคลอมโบพยายามตีเสมอ แต่ด้วยจำนวนผู้เล่นที่น้อยกว่า จึงจบคะแนนไปที่ ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ 2-1

19/06/61
19.00 น.
โคลอมเบีย   ญี่ปุ่น
 1 – 2


สรุปผลการแข่ง โปรแลนด์ vs เซเนกัล

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 7 เอ็มบาย เนียง เซเนกัล มีโอกาสเปิดอัดเข้ามาในเขตโทษ แต่ วอยเซียช เซสนี่ ผู้รักษาประตูตระครุบบอลเอาไว้ได้
นาทีที่ 13 เซเนกัลได้โอกาสอีกรอบ ซาลีฟ ซาเน ได้ยิงฟรีคิก แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 18 เอ็มบาย เนียง หลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย และยิงทันที แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไป
นาทีที่ 23 เป็นทีของโปแลนด์ โดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีโอกาสได้เก็บตกลูกชุลมุนแล้วยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดไปเข้ามือผู้รักษาประตูเซเนกัล
นาทีที่ 38 ในที่สุดเซเนกัลเป็นได้ประตูแรกขึ้นนำ 1-0 โดย ซาดิโอ มาเน่ จ่ายบอลให้ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ยิงบอลแฉลบ ติอาโก้ ซิโอเน็ค เข้าประตู
นาทีที่ 42 เซเนกัล เกือบได้ลุ้นอีกหนึ่งประตู เมื่อ ซาลีฟ ซาเน ได้โขกลูกจากลูกเตะมุม แต่บอลกระดอนพื้นแล้วข้ามคานออกไป
จบเกมครึ่งแรก เซเนกัล นำ 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 46 โปแลนด์เปลี่ยน ยาน เบดนาเร็ค ลงเล่นแทน ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้ กองกลาง
นาทีที่ 50 โปแลนด์ มีโอกาสได้ลุ้นจาก ฟรีคิกของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เจอ คาดิม เอ็นดิอาย ปัดออกได้อย่างเฉียดฉิว
นาทีที่ 56 ลูคัสซ์ พิสเซ็ค โปแลนด์ ได้ขึ้นมายิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 60 เซเนกัล ทิ้งคะแนนนำไปเป็น 2-0 จาก เอ็มบาย เนียง ซึ่งตัดบอลที่โปแลนด์ส่งกลับหลัง แล้วหลุดเข้าไปยิงแบบสบายๆ
นาทีที่ 70 โปแลนด์ เกือบตีตื้นได้ เมื่อ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค มีโอกาสยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลดันไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 79 โปแลนด์ลุ้นอีกครั้งเมื่อ ดาวิด คอฟนัคสกี้ ได้โอกาสโขกบอลกดลงพื้น แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตูเซเนกัล
นาทีที่ 86 โปแลนด์ตีไข่แตก เป็น 1-2 จากลูกฟรีคิก ที่ ปิโอตอร์ ซีลินสกี้ โยนเข้ามาให้ แล้ว เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวี๊ยค โขกลูกเข้าประตูไปน่าเสียดายที่โปแลนด์ทำลูกตีตื้นได้ตอนปลายท้ายเกม จึงไม่สามารถไล่คะแนนได้ทัน กลายเป็น เซเนกัลชนะไป 2-1

19/06/61
22.00 น.
โปรแลนด์   เซเนกัล
 1 – 2

ตารางบอลโลก 18/06/61
สรุปผลการแข่ง บราซิล vs สวิตเซอร์แลนด์

ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกม ผ่านไปนาทีที่ 3 ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ ได้บุกประตูก่อน โดย เชอร์ดาน ชากิรี่ เปิดบอลให้ บเลริม เชมายลี่ ในเขตโทษได้ยิง แต่บอลข้ามคาน

นาทีที่ 11 บราซิลได้บุกบ้าง เปาลินโญ่ จูเนียร์ เก็บตกบอลในกรอบเขตโทษได้ แล้วยิงด้วยเท้าซ้าย แต่โดนไม่ตรงจังหวะ บอลออกหลังไป
นาทีที่ 20 บราซิลได้ประตู ขึ้นนำ สวิตเซอร์แลนด์เซอร์แลนด์ 1-0 โดย มาร์เซโล่ วิเอร่า ส่งบอลให้ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หน้ากรอบเขตโทษ แล้ว ปั่นเท้าขวาส่งลูกเสียบเสาไกลไปอย่างงดงาม
นาทีที่ 31 กัปตันทีมสวิตเซอร์แลนด์ สเตฟาน ลิคท์ชไตเนอร์ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์ใส่ เนย์มาร์
นาทีที่ 40 สตีเว่น ซูเบอร์ มีโอกาสง้างยิงลูกในกรอบเขตโทษด้วยเท้าขวา แต่บอลโดนหน้าของ ติอาโก้ ซิลวา ที่ยืนขวางไปแทน

จบครึ่งแรก บราซิล นำอยู่ที่ 1-0

ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 50 สวิตเซอร์แลนด์เซอร์แลนด์ สามารถตีเสมอได้ โดย กรานิต ชาคา เปิดลูกเตะมุมและ สตีเว่น ซูเบอร์ กระโดดขึ้นโขกเข้าประตูระยะประชิด ช่วยให้เสมอ 1-1
นาทีที่ 57 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สวิตเซอร์แลนด์ ได้จังหวะซัดลูกบริเวณรอบเขตโทษถึง 2 ครั้ง แต่ติดบล็อคแนวรับสวิตเซอร์แลนด์ โดย เนย์มาร์ สามารถเก็บบอลได้ แต่ก็ยังเตะติดบลอคจนออกหลังไป
นาทีที่ 59 คาร์ลอส คาเซมิโร่ บราซิล ลองยิงลูกไกล แต่บอลลอยข้ามคาน
นาทีที่ 60 บราซิลเปลี่ยนตัวเอา แฟร์นานดินโญ่ โรซ่า ลงแทน คาร์ลอส คาเซมิโร่
นาทีที่ 66 แฟร์นานดินโญ่ โรซ่า ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษหลังเปลี่ยนตัวสักพัก แต่บอลติดผู้เล่นสวิตเซอร์แลนด์ ออกสนามด้านหลัง
นาทีที่ 70 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สวิตเซอร์แลนด์ มีโอกาสหวดด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 73 ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกยิงของ บเลริม เชมายลี่ แต่บอลเรียดพื้นเข้ามือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตู
นาทีที่ 77 แฟร์นานดินโญ่ โรซ่า บราซิล ได้โอกาสส่องไกล แต่บอลลอยข้ามคานไปแทบไม่ต้องลุ้น
นาทีที่ 79 บราซิลเปลี่ยนตัวให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงแทน กาเบรียล เชซุส กองหน้า
นาทีที่ 80 สวิตเชอร์แลนด์เปลี่ยนให้ บรีล เอมโบโล ลงมาแทน ฮาริส เซเฟโรวิช
นาทีที่ 89 เชอร์ดาน ชากิรี่ สวิตเซอร์แลนด์ วิ่งบุกลุยขึ้นมา แต่เตะบอลหลุดเสาไกลออกไป แทบไม่ได้ลุ้น
นาทีที่ 90 บราซิลยังบุกอย่างต่อเนื่อง โดย ติอาโก้ ซิลวา กระโดโขกกดลงพื้นแบบเน้นๆ จากลูกฟรีคิก แต่ ผู้รักษาประตูสวิตเซอร์แลนด์ก็ยังเซฟอย่างเหนียวแน่น
นาทีที่ 90+1 บราซิลยังต้องการคะแนนำ โดย เชา มิรานด้า พยายามรับลูกจากลูกเตะมุมในกรอบเขตโทษ วิ่งเข้ามาซัดเต็มๆแต่ บอลไม่เข้ากรอบ

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บราซิลยังคงรุกกระหน่ำ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นผลให้เสมอกันไป 1-1

18/06/61
01.00 น.
บราซิล   สวิตเซอร์แลนด์
  1 – 1

สรุปผลการแข่ง สวีเดน vs เกาหลีใต้

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 16 อันเดรียส กรานควิสต์ สวีเดน บุกทะลุเข้ามาในกรอบเขตโทษ แต่เจอแนวรับเกาหลีใต้สกัดเอาไว้อยู่
นาทีที่ 19 มาร์คุส เบิร์ก สวีเดน มีโอกาสได้ยิงในระยะ 3 หลา แต่ผู้รักษาประตูเกาหลีใต้สามารถเซฟเอาไว้ได้ ส่วนจังหวะเตะมุม แยนสันน์ ได้โดดโขก แต่หลุดออกนอกกรอบ
นาทีที่ 28 มาร์คุส เบิร์ก ได้บอลในกรอบเขตโทษ มีโอกาสได้ยิงเต็มๆ แต่ติดบล็อคจากแนวรับเกาหลีใต้ หลุดออกหลัง
นาทีที่ 38 เกาหลีใต้ โต้กลับขึ้นมาทางขวา แล้วมีโอกาสได้ยิง แต่บอลติดบล็อคผู้เล่นสวีเดน
นาทีที่ 42 มาร์คุส เบิร์ก หลุดเข้าหน้าประต แต่จังหวะยิงไม่ดี บอลผ่านหน้าประตูไปอีกฝั่ง
นาทีที่ต่อเวลา เซบาสเตียน ลาร์สสัน โยนลูกส่งให้  วิคตอร์ แคลสสัน โขกบอล แต่บอลข้ามคานออกไป
หลังจากนั้นไม่มีใครทำประตูได้ หมดครึ่งแรก สวีเดน 0-0 เกาหลีใต้

เกมครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 เอมิล ฟอร์สเบิร์ก สวีเดนได้ซัดเต็มๆด้วยเท้าขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
นาทีที่ 52 คู จา โชล เกาหลีใต้ ได้โขกเต็มๆ จากลูกเตะโยนส่ง แต่บอลเข้าออกข้างประตูไป
นาทีที่ 55 สวีเดนได้ฟรีคิกโดย ลาร์สสัน ไขว้เข้ามา โดย  โอล่า ตอยโวเน่น ขึ้นโขกเต็มๆ แต่ผู้รักษาประตูเกาหลีใต้เซฟไปได้อย่างเหลือเชื่อ
นาทีที่ 59 เกาหลีใต้ ชิงบอลได้จากแนวรับของสวีเดน โดย ฮวาง ฮี-ชาน พยายามบุกเปิดเข้ามา แต่โดนสกัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด
นาทีที่ 65 สวีเดนได้จุดโทษ เมื่อ วิคตอร์ แคลสสัน โดน คิม มิน วู  ทำฟาวล์ ในเขตโทษ ซึ่งทีแรกผู้ตัดสินไม่ให้ลูกโทษ แต่หลังจากได้ดู วีเออาร์ จึงเปลี่ยนคำตัดสิน และได้ อันเดรียส กรานควิสต์ กองหลังกัปตันทีมของสวีเดน รับหน้าที่เตะลูกโทษ เข้าประตู ส่งผลให้ สวีเดนนำ 1-0
นาทีที่ 70 วิคตอร์ แคลสสัน สวีเดน ได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลลอยออกหลังไป
นาทีที่ 82 เป็นโอกาสของเกาหลีใต้ลุ้นตีเสมอ โดย ลี ซัง วู ได้ตัดเข้ามาแล้วยิง แต่บอลติดบล็อค กรานควิสต์ ออกหลังไป
นาทีที่ 91 เกาหลีใต้ ลุ้นเกือบตีเสมอได้อีกครั้ง โดย ฮวาง ฮี-ชาน มีโอกาสได้โขกเต็มๆ หน้าประตู โดยไร้การประกบ แต่เอี้ยวหัวมากไปหน่อย ออกข้างประตูไปอย่างน่าเสียดาย

 

หลังจากนั้นเกาหลีใต้ก็ยังไม่มีโอกาสทำประตูได้ ส่งผลให้ สวีเดนชนะไป 1-0

18/06/61
19.00 น.
สวีเดน   เกาหลีใต้
  1 – 0

สรุปผลการแข่ง เบลเยียม vs ปานามา

เกมครึ่งแรก
นาทีที่ 7 เบลเยี่ยมเปิดฉากบุกก่อนโดยการยิงของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ แต่ ปัดข้ามคานออกไปได้โดย ไฮเม่ เปเนโด้ ผู้รักษาประตูปานามา
นาทีที่ 12 เอแด็น อาซาร์ เบลเยี่ยมวิ่งทะลุขึ้นมาทางซ้ายก่อนสับไก แต่ยังไม่เป็นประตู
นาทีที่ 18 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ได้ยิงอีกครั้งจากจังหวะลูกเตะมุมสั้น แต่ยิงไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 21 เบลเยี่ยม เกือบขึ้นนำ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ลุยขึ้นมาแล้วเปิดเข้าหน้าประตุ ลูกากู เกือบชาร์จได้ แต่ โรมัน ตอร์เรส สกัดออกได้หวุดหวิด และจากจังหวะเตะมุม เดอ บรอยน์ ก็ได้ยิงไกล แต่บอลก็ข้ามคานออไป
นาทีที่ 38 เอแด็น อาซาร์ เบลเยี่ยม ลากบอลเข้าไปยิงเต็มๆ แต่ ไฮเม่ เปเนโด้ ผู้รักษาประตูปานามา ปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม
นาทีที่ 40 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ เบลเยี่ยมได้ยิงจากลูกเตะมุม หน้ากรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 42 ปานามา ได้ยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ จาก อาร์มานโด คูเปอร์ เสียที แต่บอลข้ามคานออกไป
ครึ่งแรกยังไม่มีใครทำประตูระหว่างกันได้ จึงจบคะแนนเสมอไป 0-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 47 ประตูแรกของ เบลเยี่ยมขึ้นนำ 1-0 ด้วยฝีมือของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ซึ่งสามารถเก็บบอลที่กองหลังปานามาสกัดออกมาได้ แล้วยิงสวนเข้าไปทันที ส่งผลบอลย้อยเสียบคานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 52 เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยี่ยมมีโอกาสได้ยิงฟรีคิก แต่บอลลอยข้ามคานออกนอกสนามไปแบบพอได้ลุ้น
นาทีที่ 55 ปานามาได้ลุ้นตีเสมอ โดย ไมเคิ่ล อาเมียร์ มูรีโย่ มีโอกาสได้ยิง แต่บอลโดนบล็อคออกหลังไป และจังหวะเตะมุมที่ กาเบรียล ตอร์เรส ได้โขก ก็ยังไม่เข้ากรอบ พลาดโอกาสตีเสมอ
นาทีที่ 65 เบลเยี่ยม ได้ทำฟรีคิก โดย เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งเข้ามาปั่นลูกแต่บอลติดกำแพง
นาทีที่ 69 เป็นประตูที่สองของเบลเยี่ยม ขึ้นนำ 2-0 หลังจาก เควิน เดอ บรอยน์ หักบอลขึ้นมาทางซ้าย แล้วส่งบอลให้ โรเมลู ลูกากู ขึ้นโขกเข้าประตูไปในทันใด
นาทีที่ 75 ประตูที่สามตามมาติดๆ เมื่อ เอแด็น อาซาร์ กระชากบอลขึ้นมาจากกลางสนาม แล้วไหลลูกต่อให้ โรเมลู ลูกากู ชิพข้ามผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย
นาทีที่ 85 ปานามา เกือบตีไข่แตก เมื่อ กาเบรียล ตอร์เรส มีโอกาสได้หลุดเดียวเข้าในกรอบเขตโทษ พยายามล็อคหลบ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูปานามา แต่โดนล้มตัวคว้าบอลจากเท้าได้ทัน
เข้าสู่ช่วงทดเวลา แต่ปานามาก็ยังตีไข่ไม่แตก จึงจบคะแนนแบบเบลเยี่ยมพับสนามบุกชนะไป 3-0

18/06/61
22.00 น.
เบลเยียม   ปานามา
  3 – 0

ตารางบอลโลก 17/06/61
สรุปผลการแข่ง โครเอเชีย vs ไนจีเรีย

เกมช่วงแรก ค่อนข้างสูสี แต่โครเอเชียได้ลุ้นก่อน โดย อันเต เรบิค ลากบอลแล้วไหลไปให้ มานด์ซูคิช แล้วเตะจ่ายคืนให้ เปริซิช ปั่นขวาบอลลอยข้ามคานออกนอกสนาม
นาทีที่ 16 โครเอเซียได้ลุ้นอีกครั้งโดย อันเดร ครามาริชซัดด้วยขาขวาแต่บอลหลุดออกข้างเสาไปหน่อยเดียว
นาทีที่ 30 อีวาน ราคิติช ทำฟาวล์จากการเข้าด้านหลัง จึงได้ใบเหลืองใบแรกไปสำหรับโครเอเชีย
นาทีที่ 32 ทางโครเอเชียได้เตะมุมโดยลูก้า โมดริช เปิดเข้ามา และ อันเดร ครามาริช กระโดดพุ่งโหม่ง ทำให้ลูกไปชนขา โอเกเนคาโร่ เอเตโบ ไนจีเรีย ส่งผลให้กลายเป็นลูกเข้าประตูตัวเอง นับเป็นลูกที่ 2 ของบอลโลกที่ยิงเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 38 โครเอเชียมีลุ้นเกือบได้ลูกที่ 2 โดยส่งบอลเข้ากรอบให้เพื่อนโหม่ง แต่ทะลุออกหลังไป
จบครึ่งแรก โครเอเชีย ขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 46 โครเอเชียมีโอกาสได้เตะมุมถึงสามครั้งจากการสกัดแล้วออกนอกสนามไป แต่ยังไม่มีโอกาสทำประตูได้
นาทีที่ 60 โครเอเชีย เปลี่ยนเอา มาร์เซโล่ โบรโซวิช ลงแทน อันเดร ครามาริช กองกลาง และอีก 2 นาที ไนจีเรียขอเปลี่ยนเอา อาเหม็ด มูซ่า ลงแทน อเล็กซ์ อิโวบี้ กองกลาง
นาทีที่ 70 ไนจีเรียเป็นฝ่ายทำฟาวล์ด้วยการล๊อกคอจากด้านหลัง จนได้ใบเหลืองไปหนึ่งใบ
นาทีที่ 71 โครเอเชียได้เพิ่มอีก 1 ประตู ผลจากการฟาวล์ก่อนหน้าทำให้ได้ยิงลูกโทษไปในที่สุด ขึ้นนำเป็น 2-0
นาทีที่ 73 ไนจีเรียขอเปลี่ยนตัวให้ เคลิชี อิเฮียนาโช ลงเล่นแทน โอเดียน อิกาโล่ กองหน้า
นาทีที่ 78 โครเอเชียให้ มาเตโอ โควาชิช ลงเล่นแทน อันเต้ เรบิช กองกลาง และเปลี่ยนตัวอีกรอบให้  มาร์โก เปียซ่า ลงเล่นแทน มาริโอ มานด์ชูคิช นาทีที่ 86
นาทีที่ 88 ไนจีเรียขอเปลี่ยนตัวอีกครั้งให้ ไซม่อน เอ็นควานโคว่ ลงเล่นแทน จอห์น มิเกล กองกลาง
นาทีที่ 89 โครเอเชียทำฟาวล์โดนใบเหลืองเพิ่มอีกหนึ่งใบจาก มาร์เซโล่ โบรโซวิช หลังจากนั้นผู้ตัดสินเป่าหมดเวลา โครเอเชีย ชนะไป 2-0

17/06/61
02.00 น.
โครเอเชีย    ไนจีเรีย
2 – 0

สรุปผลการแข่ง คอสตาริกา vs เซอร์เบีย

เกมครึ่งแรก

นาทีที่ 7 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ เซอร์เบีย บุกมาทางด้านซ้าย มีโอกาสได้ยิง แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไป
นาทีที่ 11 คอสตาริก้าได้โอกาสบ้าง จานคาร์โล กอนซาเลซ ได้ขึ้นโขกแบบจ่อๆ ในระยะ 4 หลา แต่บอลข้ามคานออกไป พลาดโอกาสขึ้นนำ
นาทีที่ 25 อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช เซอร์เบีย ลากบอลลงในกรอบเขตโทษ แล้วกลับตัวยิง แต่ติดแผงกองหลังของ คอสตาริก้า
ผ่านไป 2 นาที มีโอกาสอีกครั้ง โดย เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช ได้โอกาสลุยเดี่ยว ในกรอบเขตโทษ แล้วยิงด้วยซ้าย แต่ล้ำหน้าก่อน
นาทีที่ 43 ฟรานซิสโก้ กัลโว กองหลังฝั่งซ้ายของคอสตาริก้า เติมขึ้นมาทางซ้าย มีโอกาสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 44 เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช เซอร์เบีย ได้จังหวะ กระโดดตีลังกายิงในกรอบเขตโทษ แต่ดันล้ำหน้าไปเสียก่อน

จบเกมครึ่งแรก ยังไม่มีฝั่งไหนทำคะแนนได้ เสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 50 เซอร์เบีย ได้โอกาสทอง โดย อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช หลุดเดี่ยวเข้ามา แปลูกด้วยเท้าขวา แต่ติดผู้รักษาประตูของคอสตาริก้า
นาทีที่ 56 เซอร์เบียขึ้นนำประตูแรก จากฟรีคิกของ อเล็กซานเดอร์ โคลาลอฟ ปั่นลูกยิงด้วยขาซ้ายเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 66 เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช เซอร์เบีย ได้โอกาสโขกลูกให้ลุ้นทำประตูที่สอง แต่ไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 72 โจเอล แคมป์เบลล์ ฝั่ง คอสตาริก้า มีโอกาสหลุดเข้าไปทำประตู ง้างขาเตรียมยิง แต่ เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช เข้ามาสกัดออกหลังไปเสียก่อน จึงพลาดโอกาสตีเสมอ
นาทีที่ 75 เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช หวดบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ลุ้นทำประตูเพิ่มให้กับเซอร์เบีย แต่บอลลอยข้ามคานออกนอกสนามไป
นาทีที่ 87 อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ฝั่งเซอร์เบีย หลุดเดี่ยว แต่เล่นลูกหลายจังหวะจึงพลาดโอกาสทำประตูเพิ่ม

เข้าสู่ช่วงทดเวลา ฝั่งคอสตาริก้า พยายามรุกเพื่อทำคะแนนตีเสมอ แต่เจอเกมรับป้องกันของเซอร์เบียอย่างแน่นหนา ส่งผลให้จบเกม เซอร์เบียชนะไปด้วยคะแนน 1-0

17/06/61
19.00 น.
คอสตาริกา   เซอร์เบีย
0 – 1

สรุปผลการแข่ง เยอรมนี vs เม็กซิโก

ครึ่งเกมแรก

นาทีที่ 1 เม็กซิโก เกือบขึ้นนำ เมื่อ เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย แต่ยิงติดแนวรับเยอรมัน ออกหลังไปอย่างเฉียดฉิว
สองนาทีต่อมา เป็นทีของเยอรมนีบ้าง โดย ติโม่ แวร์เนอร์ มีโอกาสทะลุมาทางฝั่งขวา แต่ยิงแล้วบอลผ่านหน้าประตูออกไป
นาทีที่ 9 เม็กซิโกยังคงเป็นฝ่ายบุกแหลก มิเกล ลายุน ได้ฟรีคิกระยะหวังผล แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีถัดไปเม็กซิโกยังได้ลุ้นกันอีกรอบโดย เอคตอร์ เอร์เรร่า ได้ลุ้นยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่ผู้รักษาประตูเยอรมนี มานูเอล นอยเออร์ รักษาประตูไวได้
นาทีที่ 14 เอคตอร์ โมเรโน่ มีโอกาสขึ้นมาโขกฟรีคิก แต่บอลพุ่งเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์ อีกครั้ง
นาทีที่ 20 เปลี่ยนเป็นเกมของฝั่งเยอรมนีบ้าง โดย ติโม่ แวร์เนอร์ มีโอกาสพลิกตัวยิงด้วยเท้าซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่บอลติด ผู้รักษาประตูเม็กซิโก
นาทีที่ 22 โทนี่ โครส เยอรมนี มีโอกาสยิงด้วยเท้าซ้าย หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตูเม็กซิโก ทิ้งตัวรับลูปเอาไว้ได้
นาทีที่ 27 เป็นคราวบุกของเม็กซิโก มิเกล ลายุน ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่ บอลลอยข้ามคานออกไป สองนาทีผ่านไป ลายุน ได้ยิงไกลอีกครั้ง แต่บอลเข้าตรงตัว นอยเออร์
นาทีที่ 34 เม็กซิโก เกือบได้ซัดทำประตู เมื่อ มิเกล ลายุน ได้บอลทะลุช่องมา แต่จับลูกเอาไว้ไม่อยู่ พลาดการยิงไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 35 เม็กซิโกตัดบอลได้กลางสนาม โดย เฮอร์วิ่ง โลซาโน่ เติมขึ้นมาทางซ้าย แล้วเตะเข้าขวาทะลวงผ่าน นอยเออร์ เข้าไป กลายเป็นประตูให้ เม็กซิโก ขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 37 เยอรมัน เกือบได้ตีเสมอ ในกรอบเขตโทษ บอลกระฉอกมาถึง ซามี่ เคดิร่า เป็นคนได้ยิง แต่ติดบล็อคแนวรับฝั่งเม็กซิโก พลาดการตีเสมอ
อีกหนึ่งนาที เยอรมัน ได้ฟรีคิกระยะหวังผล โทนี่ โครส เตะปั่นแต่เจอ ปัดชนคาน พลาดโอกาสตีเสมออีกครั้ง
นาทีที่ 45 เม็กซิโก บุกขึ้นมาอีกครั้ง โดย การ์ลอส เวล่า มีโอกาสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไป
จบครึ่งแรก เม็กซิโก นำ 1-0

เกมครึ่งหลัง
นาทีที่ 48 เยอรมนีได้โอกาสทำประตูก่อน มาร์วิน แพลทเทนฮาร์ดท์ มีโอกาสได้ยิง แต่บอลเข้ามือผู้รักษาประตู
นาทีที่ 53 โยชัว คิมมิช มีโอกาสยิงเพื่อตีเสมอให้เยอรมนี หน้ากรอบเขตโทษ บอลลอยข้ามคานออกไป
นาทีที่ 55 เยอรมนีบุกขึ้นมาทางซ้าย และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ได้ยิงแต่บอลโดนผู้เล่นฝั่งเม็กซิโก ออกหลังไป
นาทีที่ 57 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ เม็กซิโกวิ่งหลุดขึ้นมาและส่งบอลให้ การ์ลอส เวล่า แต่ส่งบอลแรงเกินไป ไม่ทันได้ลุ้น
นาทีที่ 60 เยอรมนีขอเปลี่ยนตัวให้ มาร์โค รอยส์ ลงแทน ซามี่ เคดิร่า กองกลาง
นาทีที่ 65 โยชัว คิมมิช ได้ตีลังกาเตะกลางอากาศ แต่บอลลอยข้ามคานออกไปพอได้ลุ้น
นาทีที่ 66 เม็กซิโก ขอเปลี่ยนตัวโดยให้ ราอูล ฆิมิเนซ ลงแทน เออร์วิง โลซาโน่ กองหน้า
นาทีที่ 67 ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ เยอรมนี เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษ แต่ปั่นข้ามคานออกไป และจังหวะต่อเนื่อง ติโม่ แวร์เนอร์ เกือบได้ยิงแต่ล้ำหน้าไปเสียก่อน
นาทีที่ 71 มาร์โค รอยส์ มีโอกาสได้ยิงเต็มๆ จากทางด้านข้าง หลังลงมาเปลี่ยนตัว แต่บอลลอยข้ามคานออกไปแทบไม่ได้ลุ้น
นาทีที่ 74 เม็กซิโก เปลี่ยนตัวให้ ราฟาเอล มาร์เกซ เปลี่ยนตัวแทน อันเดรส กวาร์ดาโด้ กองกลาง
นาทีที่ 76 เยอรมนี ได้บุก โทนี่ โครส ได้ยิงจากแถวสอง บอลวิ่งโค้ง แต่ลูกไม่เข้ากรอบ
อีกหนึ่งนาที ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ มีโอกาสได้ยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลโดนแนวรับของเม็กซิโกข้ามคานออกไป ซึ่งเม็กซิโกก็รีบสวนกลับโดยทันที ซึ่ง มิเกล ลายุน วิ่งหลุดขึ้นมาแต่ยิงข้ามคาน
นาทีที่ 82 มิเกล ลายุน มีโอกาสได้ลุ้นยิงอีกครั้ง แต่เตะข้ามคานออกไปอีกรอบ
นาทีที่ 84 โทนี่ โครส ได้ส่องเป้าด้วยซ้ายอีกครั้ง แต่เจอเม็กซิโกเซฟไว้ได้
นาทีที่ 89 ยูเลี่ยน แบรนด์ท เยอรมนีมีโอกาสได้ลุ้นในช่วงใกล้จบเกม หน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลถากเสาออกไปนิดเดียวอย่างน่าเสียดาย

ต่อช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่เยอรมนีก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ สรุป เม็กซิโก ชนะ เยอรมนีไป 1-0

17/06/61
22.00 น.
เยอรมนี   เม็กซิโก
0 – 1


ตารางบอลโลก 16/06/61
สรุปผลการแข่ง โปรตุเกส vs สเปน

ผ่านไปเพียงแค่ 3 นาที ฝั่งโปรตุเกสก็ได้ยิงลูกโทษจากการสกัดในพื้นที่เขตโทษของสเปน โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดนสกัดล้ม ผลปรากฏ ยิงเข้าขวา โปรตุเกสนำไปก่อน 1 ประตูเป็นที่เรียบร้อย

นาทีที่ 10 สเปนพอได้ลุ้นประตูแรกแต่ยังไม่เข้าเป้า
นาทีที่ 17 สเปนได้ใบเหลืองใบแรกจากการสไลด์เข้าแย่งบอลของ  เซร์คิโอ บุสเกตส์ โรนัลโด้ เป็นคนเตะฟรีคิก ติดประตู แต่มีการฟาวล์ก่อนจากกำแพงฝั่งโปรตุเกส
นาทีที่ 21 สเปนได้ลุ้นหน้าประตูอีกครั้ง แต่เตะไม่เข้าเป้า ได้ลูกเตะมุมสนาม แต่เจอโปรตุเกสโหม่งออก ทำให้โรนัลโด้วิ่งทะลุไปอีกฝั่งอย่างมีลุ้น แต่โดนสกัดได้หลังจากส่งให้เพื่อนร่วมทีม
นาทีที่ 24  ดีเอโก้ คอสต้า  วิ่งลุยเดี่ยวปะทะกับ  คเลแปร์ เปเป้ ฝั่งโปรตุเกสซึ่งล้มลง หลังจากนั้นเลี้ยงบอลต่อแล้วล๊อกหลบกองหลังโปรตุเกส ง้างยิงทันที ตีเสมอไปได้ในที่สุด มีการพิจารณาว่ามีฟาวล์เกิดขึ้นตัั้งแต่ เปเป้ ล้มลงหรือไม่ สรุปตัดสิน เสมอ 1 : 1

หลังจากนั้นสเปนยังคงบุกต่อเนื่อง เจอสกัดล้มลงหน้าเขตโทษ ส่งผลให้ บรูโน่ แฟร์นานเดส  โปรตุเกสโดนใบเหลืองไป 1 ใบ

ช่วงนาทีที่ 40 สเปนยังคงมีลุ้นอีก 1 ลูก แต่หลังจากนั้นเมื่อโปรตุเกสสวนกลับ ก็โดนโรนัลโด้ยิงเข้ามือผู้รักษาประตูทะลักเข้าประตูไปอย่างนิ่มๆ ทำให้โปรตุเกสขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 44 จบครึ่งแรกไปในสกอร์ 2 : 1

ช่วงครึ่งหลัง สเปนได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษนาทีที่ 52 ในที่สุด สามารถตีเสมอได้สำเร็จเป็น 2 : 2 จากการเปิดลูกโด่งโดย ดาบิด ซิลบา แล้ว เซร์คิโอ บุสเกตส์  โหม่งส่งให้กับ ดีเอโก้ คอสต้า เตะเข้าประตูไป

ยังไม่ทันถึง 10 นาที สเปนสามารถคว้าประตูที่ 3 ไปได้สำเร็จจากลูกเตะของ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยิงชิ่งประตูสองเสาเข้าประตูไป กลายเป็นการนำครั้งแรกของสเปนในทันที

นาทีที่ 67 ฝั่งโปรตุเกสขอเปลี่ยนตัว เอา  ชูเอา มาริโอ ลงเล่นแทน  บรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลาง  และ ส่ง ริคาร์โด้ กวาเรสม่า มาเปลี่ยนตัวกับ  แบร์นาโด้ ซิลวา  ในขณะที่ สเปนเปลี่ยนตัวเช่นกัน ส่ง  ติอาโก้ อัลกานตาร่า เปลี่ยนตัวกับ  อันเดรส อีเนียสต้า

หลังเปลี่ยนตัวเสร็จ สเปนเกือบได้ลุ้นประตูอีกรอบ แต่ยังไม่เข้าเป้า
หลังจากนั้นสเปนจึงเปลี่ยนตัวอีกครั้ง โดยให้ ยาโก้ อัสปาส   เปลี่ยนตัวลงเล่นแทน  ดีเอโก้ คอสต้า  ที่ยิงไปแล้วถึง 2 ประตูในเกมนี้

สักพักโปรตุเกสเกือบได้ลุ้นประตู แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนผู้เล่นอีกครั้ง ให้  อันเดร ซิลวา ลงแทน กอนซาโล่ กูเอเดส กองหน้า ส่วนสเปนก็เปลี่ยนเช่นกัน โดยให้ ลูกัส บาซเกซ ลงแทน ดาบิด ซิลบา  กองหน้า

หลังจากเปลี่ยนตัวกันเสร็จ เป็นทีของโปรตุเกสได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษจากการทำฟาวล์ของสเปน  โรนัลโด้เป็นคนเตะฟรีคิก ข้ามกำแพงโค้งเช็คคานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำแฮตทริก ไปได้ในนาทีที่ 88 เสมอกันช่วงท้ายเกมได้อย่างหวุดหวิด  จนกรรมการเป่าหมดเวลา จบลงด้วยคะแนน 3 : 3 นับเป็นเกมที่เตะกันได้ดีและสนุกเลยทีเดียว

16/06/61
01.00 น.
โปรตุเกส    สเปน
3 – 3

สรุปผลการแข่ง ฝรั่งเศส vs ออสเตรเลีย

เริ่มต้นกับการแข่งสาย C เริ่มเกมได้นาทีครึ่ง เอ็มบัปเป้ ฝรั่งเศส รับบอลส่งจากริมเส้นแล้วยิงทันที แต่ผู้รักษาประตูออสเตรเลียปัดไปได้  ผ่านไปนาทีที่ 4 ฝรั่งเศสได้เตะฟรีคิกหน้าเขตโทษ ป๊อกบาปั่นเข้ากลางประตู ไรอันเลยรับได้ง่ายๆ  หลังจากนั้น 2 นาที กรีซมันน์เตะไกลจากนอกเขตโทษ ไรอันรับได้อีก  ฝรั่งเศสยังคงบุกต่อเนื่อง ส่วนออสเตรเลียได้สวนคืนบ้าง
นาทีที่ 13 แมทธิว เล็คกี ออสเตรเลียโดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์

นาทีที่ 18 โตลิสโซ่เตะสกัดลูกซัดไกลจากออสเตรเลีย บอลแฉลบเข้ากรอบ แต่โยริสพุ่งปัดออกไปได้ทัน

นาทีที่ 31 กรีซมันน์ เกี่ยวบอลได้ในเขตโทษ แต่เจอแซนส์บิวรี่เข้าสกัดเตะออกไปก่อนจะได้ยิง ผ่านไปอีก 2 นาที ป๊อกบาบุกขึ้นมา แล้วส่งลูกให้เอร์นานเดซซัดลูกจากกราบซ้าย แต่ลูกโดนกองหลังออสเตรเลียออกนอกสนาม

หลังจากนั้นไม่ค่อยมีให้ลุ้นนัก จึงจบไปด้วยคะแนนเสมอ 0-0

ครึ่งหลัง ออสเตรเลียได้บุกหลายทีแต่ไม่มีประตู จนนาทีที่ 54 ป๊อกบาส่งบอลให้กรีซมันน์เลี้ยงบอลหลุดเข้าเขตโทษ เจอ ริสดอนสกัดล้มลงไป ผู้ตัดสินยังไม่ให้ฟาวล์ แต่มีการขอดูวีเออาร์ จึงเปลี่ยนคำตัดสินส่งผลให้ฝรั่งเศสได้จุดโทษ  กรีซมันน์เตะลูกโทษส่งผลให้ขึ้นนำก่อน 1-0
นาทีที่ 57 ออสเตรเลียโดนใบเหลืองที่สองจาก จอช ริสดอน

นาทีที่ 60 เป็นทีของออสเตรเลียได้จุดโทษเช่นกัน หลังจากอุมติทำแฮนด์บอลในเขตโทษ จึงทำให้ออสเตรเลียตีเสมอได้ด้วยลูกยิงของ ไมล์ เยดินัก
นาทีที่ 64 ออสเตรเลียขอเปลี่ยนตัวเอา โทมี ยูริช ลงแทน แอนดรูว์ แนบบูท กองหน้า
นาทีที่ 70 ฝรั่งเศสขอเปลี่ยนเอา โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ลงมาแทนกรีซมัน กองหน้า  และ นาบิล เฟคีย์ ลงแทน เดมเบเล่ กองหน้า อีก 2 นาที ออสเตรเลียเปลี่ยนตัวเช่นกันเอา แจ็คสัน เออร์ไวน์ ลงแทน ทอม โรกิช กองกลาง
นาทีที่ 76 ฝรั่งเศสได้ใบเหลืองจากการทำฟาวล์ของ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่
นาทีที่ 78 ฝรั่งเศสขอเปลี่ยนเอา แบลส มาตุยดี้ ลงแทน โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ที่เพิ่งได้ใบเหลืองไป
นาทีที่ 80 ฝรั่งเศสทำไปได้อีก 1 ประตูขึ้นนำ 2-1 โดยป๊อกบาซึ่งชิพบอลข้ามหัวผู้รักษาประตู เสียบใต้คานเข้าประตูไป
นาทีที่ 84 ออสเตรเลียยังคงขอเปลี่ยนตัวผู้เล่น เอา ดาเนียล อาร์ซานี ลงแทน ร็อบบี้ ครูส กองกลาง
นาทีที่ 87 ออสเตรเลียพยายามตีเสมออย่างหนักหน่วงส่งผลให้ได้ใบเหลืองจากการทำฟาวล์ของ อาซิซ เบฮิช
ออสเตรเลียพยายามทำคะแนนเสมอแต่ไม่สำเร็จ จนหมดเวลา ฝรั่งเศสชนะไป 2-1

16/06/61
17.00 น.
ฝรั่งเศส     ออสเตรเลีย
2 – 1

สรุปผลการแข่ง อาร์เจนตินา vs ไอซ์แลนด์

เริ่มคู่แรกของกลุ่ม D
นาทีที่ 8 อาร์เจนติน่ามีโอกาสลุ้นทำประตูโดยการพุ่งโหม่งจากลูกเปิดของ นิโกลัส ตายาฟีโก้ แต่บอลออกข้าง

นาทีที่ 19 อาร์เจนติน่าได้ประตูแรกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งกลับตัวยิงบอลและเสียบก้นตาข่ายไปได้อย่างสวยงาม แต่ผ่านไปเพียง 6 นาที  กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ได้ซัดในกรอบด้านขวา วิลเฟรโด้ กาบาเยโร่ ล้มตัวปัดบอลไปเข้าทาง อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน ซ้ำเป็นคะแนนให้ไอซ์แลนด์ตีเสมอ 1-1

เกมดำเนินจนจบครึ่งแรก ยังไม่มีทีมไหนได้ประตูเพิ่ม
นาทีที่ 63 ไอซ์แลนด์เปลี่ยนตัวให้ รูริค กิสลาสัน ลงแทน โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์สสัน กองกลาง
นาทีที่ 64 ฝั่งไอซ์แลนด์เข้าปะทะในเขตโทษทำให้อาร์เจนติน่าได้โอกาสยิงจุดโทษ เมซซี่รับหน้าที่ แต่โดนปัดได้พลาดประตูไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 72 เอเวอร์ บาเนก้า อาร์เจนติน่า ได้ส่องจากนอกกรอบแต่เข้าตรงตัวฮันเนส ธอร์ ฮัลล์ดอร์สสัน
นาทีที่ 76 ไอซ์แลนด์เปลี่นยตัวเอา อารี สกูลาสัน ลงแทน อารอน กุนนาร์สัน กองกลาง
นาทีที่ 77 คริสเตียน ปาวอน อาร์เจนติน่า โดนอัดล้มในกรอบแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ตัดสินให้เป็นจุดโทษ
นาทีที่ 81 เมซซี่มีโอกาสได้ยิงอีกครั้ง เฉียดเสาประตูซ้ายออกนอกสนามไป และยังมีโอกาสยิงประตูอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่เข้ากรอบ
นาทีที่ 89 ไอซ์แลนด์ขอเปลี่ยนตัว เอา บียอร์น ซิกูร์ดาร์สัน ลงแทน อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน กองหน้ากะทำประตูเพิ่ม
นาทีที่ 94 ช่วงต่อเวลา เมซซี่มีโอกาสได้ยิงหน้าเขตโทษ ลุ้นกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่สุดท้ายไม่เข้าเป้า กรรมการเป่าหมดเวลา จบด้วยคะแนนเสมอ 1-1

16/06/61
20.00 น.
อาร์เจนตินา     ไอซ์แลนด์
1 – 1

สรุปผลการแข่ง เปรู vs เดนมาร์ก

17 นาทีแรก เปรูพับเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว มีโอกาสยิงไปถึง 6 ครั้ง ในขณะที่ฝั่งเดนมาร์กยังไม่มีโอกาสเลยสักครั้งเดียว
นาทีที่ 28 เจฟเฟอร์ซอน ฟาร์ฟาน เดนมาร์กมีโอกาสได้ยิง แต่โดนสกัดออกประตูหลัง ได้เตะมุม แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้
นาทีที่ 36 เดนมาร์กเปลี่ยนตัว ลาสเซ่ โชน ลงแทน วิลเลียม ่ ควิสต์ ที่บาดเจ็บจากการปะทะ
นาทีที่ 38 เปรูโดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์นอกกรอบ โดย  เรนาโต้ ตาเปีย ฝั่งเดนมาร์กมีโอกาสได้ยิงฟรีคิก แต่ติดกำแพง ลูกกระฉอก จึงยิงซ้ำ เข้ามือผู้รักษาประตูเปรู กระเด็นแต่เข้าคว้าได้ทัน
นาทีที่ 45 เปรูได้ยิงจุดโทษจากการฟาวล์ในเขตโทษ โดย คูเอวา โดนเกี่ยวในเขตโทษ แต่ยิงทะลุข้ามคานไปไกลพลาดโอกาสทำคะแนนนำอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 59 ยุสซุฟ โพลเซน ตีไข่แตกให้กับเดนมาร์ก จากการส่งลูกของ คริสเตียน เอริคเซน แบบทะลุมาโดดๆ เตะตุงตาข่ายด้านซ้ายโดยผู้รักษาประตูเปรูคว้าไว้ไม่ทัน
นาทีที่ 62 เปรูต้องรีบทำคะแนนคืน จึงเปลี่ยนตัว เอา เปาโล เกร์เรโร่ ตำแหน่งกองหน้าโดยปกติ ลงแทน เอดิซอน ฟลอเรส กองกลาง  อีก 5 นาทีต่อมา เดนมาร์กก็เปลี่ยนตัวเอา มาร์ติน เบรธเวท ลงแทน ปิโอเน่ ซิสโต้ และเปลี่ยนเอา มาเธียส ยอร์เกนเซน ลงแทน อันเดรียส คริสเตนเซน กองหลัง ในนาทีที่ 81
นาทีที่ 85 เปรูยังไม่สามารถทำคะแนนคืนได้ จึงต้องเปลี่ยนตัวเอา ราอูล รุยดิอาซ เปลี่ยนตัวแทน เจฟเฟอร์ซอน ฟาร์ฟาน กองหน้า
หลังจากที่เปรูเริ่มบุก โดย เกร์เร่โร่ ทาง เดนมาร์กทำการสกัดโดย โธมัส เดลานีย์ เป็นเหตุให้โดนใบเหลืองไป แต่เปรูก็ยังไม่มีโอกาสทำประตูคืนได้  และทำการเปลี่ยนตัวอีกครั้งโดยเอา เปโดร อคีโน ลงแทน เรนาโต้ ตาเปีย กองกลาง
ช่วงต่อเวลา 3 นาที เดนมาร์กก็ได้ใบเหลืองไปอีกหนึ่งใบจากการป้องกันอย่างหนักจากการบุกของเปรู ซึ่ง ยุสซุฟ โพลเซน ทำฟาวล์ การบุกของ เกร์เรโร่

สุดท้ายเปรูก็ไม่สามารถทำคะแนนเสมอได้ กลายเป็น เดนมาร์กชนะไปด้วยคะแนน 1-0

16/06/61
23.00 น.
เปรู     เดนมาร์ก
0 – 1

 

ตารางบอลโลก 15/06/61
สรุปผลการแข่ง อียิปต์ vs อุรุกวัย

สำหรับเกมครึ่งแรกนั้น ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครทำประตูได้ โดยทาง อุรุกวัย ลุยส์ ซัวเรส มีโอกาสทำประตูไปได้ 3 ครั้งในขณะที่ทางอียิปต์มีโอกาส 2 ครั้ง

เริ่มครึ่งหลังทางอียิปต์ขอเปลี่ยนตัวก่อน นาทีที่ 50 โดยเปลี่ยน แซม มอร์ซี่ เข้ามาแทน ทาเร็ค ฮาเหม็ด ตำแหน่งกองกลาง

หลังจากนั้น อุรุกวัยก็ขอเปลี่ยนตัวเช่นกันในนาทีที่ 58 โดยเปลี่ยน คาร์ลอส ซานเชซ เข้ามาแทน นาฮิตาน นานเดซ ตำแหน่งกองกลาง และนาทีที่ 59 ก็ขอเปลี่ยน คริสเตียน โรดีเกซ เข้ามาแทน จอร์จิอาน เดอ อาร์ราสกาเอต้า ตำแหน่งกองกลาง

นาทีที่ 63 ฝั่งอียิปต์ขอเปลี่ยนตัว มาห์มูด คาห์ราบา เข้ามาแทน มาร์วาน โมห์เซน กองหน้าจากการบาดเจ็บ

นาทีที่ 82 อียิปต์ขอเปลี่ยนตัวครั้งสุดท้าย โดยให้ รามาดาน โซบี ลงเปลี่ยนตัวแทน อาเมียร์ วาร์ด้า ตำแหน่งกองกลาง แน่นอนว่าเราคงไม่ได้เห็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมนี้เนื่องจากร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

ส่วน อุรุกวัยขอเปลี่ยนตัวครั้งสุดท้ายในนาที่ 87  โดยให้ ลูคัส ตอร์เรยร่า ลงมาแทน มาติอัส เวซิโน่ ตำแหน่งกองกลาง

ซึ่งใกล้หมดเวลา ยังไม่มีฝ่ายไหนทำประตูกันได้ จนนาทีที่ 90 อุรุกวัยก็สามารถทำประตูตีไข่แตกจากอียิปต์ไปได้ โดย คาร์ลอส ซานเชซ เตะฟรีคิกจากมุมขวาของสนามและ โฮเซ่ ฆิมิเนซ โหม่งเข้าประตูมุมขวาตุงตาข่ายไปในทันใด

เข้าสู่ช่วงต่อเวลา 3 นาที อียิปต์ค่อนข้างกดดัน ส่งผลให้ แซม มอร์ซี่ โดนใบเหลืองจากการทำฟาวล์ และ อาห์เหม็ด เฮกาซี่ โดนไปอีกหนึ่งใบเหลือง ไปในช่วงต่อเวลานาทีที่ 6  จบช่วงต่อเวลา กรรมการเป่านกหวีด อุรุกวัยคว้าชัยชนะไปด้วยคะแนนชนะ 1-0

15/06/61
22.00 น.
อียิปต์   อุรุกวัย
0 – 1

สรุปผลการแข่ง โมร็อกโก vs อิหร่าน

คู่แรกของสาย B เริ่มเกมไปได้ 9 นาที ทางอิหร่านโดนใบเหลืองไปก่อน จากการเข้าทางด้านหลังของ มาซูด โชจาอี ฟาวล์ใส่ อามีน ฮาริต ภายหลัง อามีน ฮาริต ทำฟาวล์บ้าง แต่ยังไม่ถึงกับโดนใบเหลืองแดง

ในนาทีที่ 18 โมร็อกโกบุกถึงหน้าประตู เตะกระดอนกันหลายที ทางอิหร่านยังป้องกันประตูไว้ได้  หลังจากนั้น อิหร่านบุกกลับทะลุจนถึงหน้าประตู แต่ส่งให้เพื่อนติดผู้เล่นโมร็อกโก จึงพลาดการทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย

โดยรวมครึ่งแรกโมร็อกโกมีโอกาสทำประตูมากกว่าอิหร่านพอสมควร

นาทีที่ 34 คาริม เอล อามาดี้ ฝั่ง โมร็อกโกกองกลาง ทำฟาวล์ใส่ ซาร์ดาร์ อัซมูน ฉายา เมสซี่อิหร่าน เลยโดนใบเหลืองไปเป็นใบแรกของโมร็อกโก อิหร่านได้ฟรีคิกโดย อาลีรีฎอ ญาฮานบัคช์  เป็นผู้เตะ แต่เตะลอยโด่งข้ามไปประตูไป  นาทีที่ 42 เป็นโอกาสของอิหร่านอีกครั้งบุกทะลุไปถึงหน้าประตู แต่ติดบล๊อกซุปเปอร์เซฟของ โมร็อกโก จบครึ่งแรก ยังไม่มีใครได้ประตู ก่อนจบเกมครึ่งแรก ฝั่งอิหร่าน ได้ใบเหลืองเป็นใบที่สองโดย อาลีเรซ่า ยาฮานบัคช์ เป็นคนทำฟาวล์

เริ่มเกมครึ่งหลัง ยังไม่มีใครทำประตูได้ ลากยาว จนนาทีที่ 68 อิหร่านทำการเปลี่ยนตัว มาซูด โชจาอี กัปตันทีม ออก แล้วให้ เมดี้ ทาเรมี่ กองกลางลงแทนเพื่อป้อนกันใบเหลืองใบที่ 2

หลังจากนั้น นอร์ดิน อัมราบัต โมร็อกโก บาดเจ็ดจากหน้ากระแทกพื้น จึงเปลี่ยนตัวให้ โซเฟียน อัมราบัต น้องชายลงแทน รวมถึงเปลี่ยน  อาซิซ บูฮัดดูซ ลงมาแทน อายูบ เอล คาบี้ กองหน้า

ส่วนอิหร่านก็มี  บาดเจ็บเช่นกัน จึงส่ง มายิด ฮอสเซนี่ เปลี่ยนตัวลงมาแทน โอมิด เอบราฮิมี่

โมร็อกโกใช้สิทธิ์เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย เอา มานูเอล ดา คอสตา ลงแทน อามีน ฮาริต กองกลาง ส่วน อิหร่านก็เปลี่ยนคนเจ็บออกอีกรอบคือ ซามาน กูดดอส แทน อาลีเรซ่า ยาฮานบัคช์ ในช่วงนาทีที่ 85 ทำให้เกมหยุดบ่อยพอสมควร เตรียมเข้าสู่ช่วงท้ายเกม

ช่วงต่อเวลา 2 นาที อิหร่านได้ใบเหลืองใบที่ 3 จากการทำฟาวล์ของ คาริม อันซาริฟาร์ด

หลังจากนั้นถึงช่วงเวลาไคลแมกซ์ โมร็อกโกพลาดโดยการพยายามโหม่งบอลออกนอกสนามกลับกลายเป็นเข้าประตูตัวเองจากการโหม่งบอลของ อาซิซ บูฮัดดูซ ผ่านไป 2 นาทีจึงหมดเวลา อิหร่านชนะ 1-0

15/06/61
22.00 น.
โมร็อกโก    อิหร่าน
0 – 1

ตารางบอลโลก 14/06/61
– เริ่มต้นบอลโลก 2018 สมาชิกเว็บสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ข่าวนี้เลยนะครับ ทีมงานจะทำการอัพเดทตลอดช่วงการแข่งขัน ประเดิมนัดแรกวันที่ 14 มิถุนายน นี้รอชมกันได้เลยระหว่าง รัสเซีย กับ ซาอุดิอาระเบีย เวลา 22.00 น. ครับ

สรุปผลการแข่ง รัสเซีย vs ซาอุดิอาระเบีย
หลังจากเปิดเกมไปได้เพียง 12 นาที รัสเซียเจ้าภาพก็ทำประตูขึ้นนำไปก่อนโดยลูกโหม่งของ ลูรี่ กาซินสกี จากการเปิดลูกของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน เสียบเข้าเสาไกลทางซ้ายมือ

หลังจากนั้น เดนิส เชอรีเชฟ ฝั่งรัสเซีย ซึ่งเป็นตัวสำรอง ลงมาแทน อลัน ซาโกเยฟ ซึ่งมีอาการกล้มเนื้อกระตุก เล่นต่อไม่ไหว ใช้เวลาอยู่ในสนามแค่ 20 นาทีก็สามารถทำประตูที่สองให้กับทีมรัสเซียในนาที ที่ 42  ด้วยการส่งบอลจาก เฟเดอร์ สโมลอฟ และจบครึ่งแรกไปด้วย คะแนน 2-0

ครึ่งหลัง ซาอุดิอาราเบีย และ รัสเซีย เปลี่ยนตัว ทีมละคน
รัสเซีย สามารถทำประตูที่ 3 ไปได้อีกครั้งจากลูกโหม่งของ อาร์ตียอม ชียูบา สร้างความหนักใจให้กับฝั่ง ซาอุดิอาราเบียอีกครั้ง

ซาอุจึงเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีก จนครบจำนวน
หลังจากนั้น เดนิส เชอรีเชฟ สามารถทำประตูได้อีกครั้งกลายเป็น ประตูที่ 4 นำไปอย่างขาดลอย

ส่วนไตเซียร์ อัล-ยาสซิม ซาอุดิอาราเบีย ทำฟาวล์ใบเหลืองหน้าประตู เปิดโอกาสให้ฝั่งรัสเซียได้เตะฟรีคิก โดย โกโลวิน เป็นคนเตะยิงทะลุกำแพงเข้ามุมประตูบนขวา ก่อนหมดเวลาปิดเกม รัสเซีย คว้าชัยชนะไป 5-0

14/06/61
22.00 น.
รัสเซีย ซาอุดิอาราเบีย
5 – 0

 

ติดตามข้อมูลสรุป ตารางบอลโลก ทุกรายละเอียด ทั้งวันเวลาถ่ายทอด ผลการแข่งขัน คะแนนและอื่นๆมากมายได้อย่างทันใจได้ที่นี่ ดูบอลกันจบแล้ว อย่าลืมไปเล่นเกมใหม่ SUPER FIFA StarVegas ลุ้นทีมลุ้นโชคกันครับ